Sofitel Bangkok Sukhumvit โรงแรมสวยหรู และห้องบอลรูมไซส์ใหญ่ จัดโต๊ะจีนได้สูงถึง 50 โต๊ะ
ผมกับบูม(เจ้าสาว) เลือกโรงแรม Sofitel Bangkok Sukhumvit(โซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท) เพราะคุณซี Director of Sales ให้คำแนะนำและความรู้ดี ๆ แก่บ่าว-สาวมือใหม่อย่างพวกเรา ทั้งยังมีความจริงใจ เต็มใจช่วยเหลือมากๆ
ส่วนในแง่ของสถานที่ชอบเพราะใกล้บ้านเราสองคน อีกทั้งโลเคชั่นดี เดินทางสะดวกเพราะใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส นอกจากนี้ ยังถูกใจห้องบอลรูมที่กว้างขวาง ให้ความรู้สึกโล่งโปร่ง ไม่อึดอัด ถึงแม้เราจะจัดเลี้ยงโต๊ะจีนถึง 35 โต๊ะครับ
จัดงานหมั้นเน้นพิธีการและความสุขของคนในครอบครัว
ผมเลือกทำพิธีหมั้นในห้องบอลรูม โดยกั้นพื้นที่ไว้ใช้ทำพิธีเพียง 1 ใน 3 ของห้อง และเพราะตั้งใจมุ่งเน้นที่พิธีการและการสร้างความสุขของคนในครอบครัวมากกว่า การตกแต่งจึงมีแค่ฉากแบ็คดรอปบนเวทีพิธีหมั้นที่เลือกใช้โทนสีนุ่มนวล สบายตา อย่างสีครีม สีขาว และสีชมพู เป็นทั้งสีของฉากหลัง และสีดอกไม้ ซึ่งเป็นดอกไม้จริงทั้งหมด
สำหรับงานหมั้นนั้น หลังจากแขกส่วนใหญ่รองท้องด้วยเมนูโจ๊กและคอฟฟี่เบรกกันแล้ว เราจึงเริ่มพิธีแห่ขันหมากที่เจ้าบ่าวจะตั้งขบวนเดินเข้าห้องบอลรูมเพื่อเจรจาสู่ขอผู้ใหญ่เลย จังหวะนี้ ยังไม่กั้นประตูเพราะถือเคล็ดตามธรรมเนียมจีน ที่ไม่อยากกั้นเงิน-ทองออกไป หลังจากเจรจาเสร็จแล้ว ถึงค่อยกั้นประตูเงิน – ประตูทองที่ผมจะต้องผ่านด่านก่อนไปรับตัวเจ้าสาวครับ
เมื่อผ่านจุดนี้ได้แล้ว ผมกับบูมก็เดินไปยังห้องจัดงานเพื่อทำพิธีสวมแหวน มอบสินสอด ยกน้ำชา และส่งตัวเลยครับ ซึ่งในระหว่างส่งตัวจะเป็นช่วงจัดเลี้ยงอาหารรอบสองด้วยเมนูข้าวขาหมูและเกี๊ยวน้ำกุ้ง ซึ่งแขกไม่จำเป็นต้องรอบ่าว-สาว พอแขกรับประทานเสร็จเรียบร้อย เราก็ลงมาส่งแขกพอดีครับ
งานฉลองเย็นเน้นรื่นรมย์ บ่าว-สาวให้เวลาแขกเต็มที่
สำหรับงานเลี้ยงฉลองนั้นเราตกแต่งน้อย แต่อยากให้งานดูสวยเรียบหรูและต่างจากงานเช้า จึงเลือกธีมสีคัลเลอร์ฟูล ใช้ดอกไม้จริงหลากสีสัน เช่น สีม่วง ชมพู เหลือง และสีส้ม โดยการตกแต่งจะเริ่มจากโถงทางเดิน ที่ประดับภาพบ่าว-สาวแค่สองภาพเลยครับ ส่วนฉากแบ็คดรอปถ่ายภาพนั้น เราตั้งใจจัดองค์ประกอบของดอกไม้ให้คล้ายคลึงกันกับงานเช้า คือ สร้างเส้นทางของดอกไม้ให้เชื่อมโยงกัน จากมุมของฉากสองด้านมาบรรจบกันตรงกลางฉาก ทำให้เวลาถ่ายภาพเราจะได้เห็นดอกไม้เต็มๆ แบบไม่ตกเฟรมด้วยครับ
ส่วนภายในห้องบอลรูม มีตกแต่งดอกไม้เพิ่มแค่บนพื้นเวทีและฐานเค้ก เนื่องจากฉากหลังเป็น จอ LED อยู่แล้ว เราเพียงแค่นำฉากโมชั่นกราฟิกที่เตรียมไว้สี่ฉากด้วยกัน เช่น ฉากภาพบ่าว-สาว ฉากพระจันทร์ท่ามกลางดวงดาว ฉากหิมะตก มาประกอบพิธีต่างๆ ซึ่งทุกฉากนั้นมีสีพื้นเป็นสีมิดไนท์บลู สีโปรดของเราครับ
เราเริ่มงานด้วยการถ่ายภาพกับแขกที่ฉากแบ็คดรอปถ่ายภาพ เสร็จแล้วแขกสามารถไปถ่ายภาพเล่นกันต่อที่โฟโต้บูธและแม้ว่างานนี้จะมีแขกผู้ใหญ่มากถึง 80 เปอร์เซนต์ แต่มุมโฟโต้บูธขายดีมาก ได้เห็นแบบนี้ บ่าว-สาวก็ชื่นใจครับ
สำหรับการเปิดตัวบ่าว-สาว เราอยากให้ต่างจากงานอื่นๆ จึงให้เพื่อนๆ ที่ยืนสองฝั่ง ยิงปืนพ่นเงินออกมา และมันเป็นช็อตที่ถูกใจมาก เพราะในระหว่างที่เราเดินผ่านเพื่อน เหมือนมีคนโปรยเงินโปรยทองให้เลยครับ (หัวเราะ) ซึ่งกิมมิกนี้ เราคิดให้สอดคล้องกับของชำร่วยที่เป็นสมุดโน้ตซึ่งมีหน้าปกเป็นแบงค์ดอลลาร์ ซึ่งของชำร่วยขายดีมาก มีแต่คนถามว่าเหลือไหม เพราะอยากได้อีกครับ (หัวเราะ)
เมื่อขึ้นเวทีแล้ว ก็มีประธานขึ้นกล่าว มีสัมภาษณ์บ่าว-สาว ตัดเค้ก และโยนดอกไม้ ซึ่งทุกพิธีค่อนข้างกระชับ เพราะผมอยากให้พิธีการบนเวที สอดคล้องกับการเสิร์ฟอาหารที่พอปิดท้ายด้วยของหวาน พิธีการก็เสร็จสิ้นพอดี เพื่อให้บ่าว-สาวได้มีเวลามาเก็บตกถ่ายภาพกับแขกกันอีกรอบครับ
สำหรับอาหารจัดเลี้ยงโต๊ะจีนมีหลายเมนู เช่น ไก่แช่เหล้า ซุปกระเพาะปลาน้ำแดงเนื้อปู เป็ดปักกิ่ง บะหมี่ผัดฮ่องกง และโอวหนี่แปะก๊วย ซึ่งแขกก็บอกว่าอาหารงานนี้อร่อยครับ
สนทนาพาเพลิน ด้วยดนตรีคลาสสิค
ผมใส่ใจดีเทลเล็กๆ อย่างการเลือกเสียงเพลงเข้ามาประกอบในงาน โดยเลือกนำวงดนตรีเครื่องสาย อย่าง เปียโน ไวโอลิน เชลโลมาเล่นในงาน ไม่ใช่แค่เพราะดนตรีคลาสสิคเป็นความชอบส่วนตัว แต่งานนี้มีแขกผู้ใหญ่เป็นส่วนมากและแต่ละท่านอาจไม่ได้พบปะพูดคุยกันมานาน หากเลือกนักร้องมาร้องเพลง อาจทำให้ผู้ใหญ่ต้องคุยกันเสียงดังขึ้นเพื่อแข่งกับเสียงเพลง การเลือกดนตรีบรรเลงจะช่วยให้คุยกันได้ไหลลื่นมากกว่าครับ
งานเปี่ยมสุข อบอุ่นหัวใจ ได้ความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย
เราประทับใจทุกอย่างทั้งงานหมั้นและงานฉลอง เพราะมันเต็มไปด้วยความอบอุ่น และแขกร่วม 400 ท่านก็ได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างเต็มรูปแบบ โดยเราไม่ได้จ้างแพลนเนอร์เลยครับ ก็ถือว่าโชคดีที่ได้ทีมงานที่ดี มีความเป็นมืออาชีพ ทั้งทีมตกแต่งของน้องสาวบูม ช่างภาพที่เป็นเพื่อนผม รวมถึงทีมงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ด้วยความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย ที่ทำงานกันแบบทีมเวิร์คเลยทำให้ภาพรวมของงานออกมาดีและราบรื่นกว่าที่คิดครับ
และสิ่งสำคัญที่ต้องพูดถึง คือประทับใจโรงแรมสวย พนักงานบริการดีทุกระดับ ใส่ใจจนเราไม่ต้องกังวลใจ อย่างเช่น พนักงานคอยเสิร์ฟอาหารให้บ่าว-สาว ทั้งสาย บ่าย เย็น เพราะคงทราบดีว่าบ่าว-สาวหาเวลารับประทานอาหารได้ยาก และประทับใจคุณซีมาก ๆ อยากขอบคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเราดีทุกอย่างตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงวันจัดงาน สรุปแล้วเรารู้สึกดีที่เลือกจัดงานที่นี่ครับ
คำแนะนำบ่าวสาว
หาความชอบตัวเองให้ชัด วางแผน และลงมือทำทีละนิดทุกวัน : อันดับแรกต้องชัดเจนในตัวเองก่อนว่าอยากจัดงานแบบไหน แล้วเราจะเห็นองค์ประกอบอื่นตามมา จากนั้นก็วางแผนและลงมือทำทีละนิดทุกวัน อย่าผัดวันประกันพรุ่ง เพราะถ้าทำแบบนั้น มันจะดินพอกหางหมูจนทำไม่ทัน และลำบากภายหลังได้
เตรียมของที่ต้องมีในงานแต่งให้พร้อม : ของสิ่งใดที่ต้องมีในงานแบบขาดไม่ได้ อยากให้เตรียมเลย อย่าชะล่าใจ เพราะแต่ละซัพพลายเออร์ ล้วนมีขั้นตอนการผลิตงานไม่เหมือนกัน อย่างเช่น หากรู้แล้วว่าอยากได้อะไรเป็นของชำร่วย ให้ดีลกับซัพพลายเออร์นั้นเลย ถ้าไม่เตรียมให้พร้อมล่วงหน้า แล้วมาเลือกได้ก่อนวันงานไม่นาน อาจผลิตของชำร่วยไม่ทัน สุดท้ายก็จะส่งผลให้เราเครียดเพิ่มขึ้นด้วย
Credits & ร้านค้าแนะนำในบทความนี้
สถานที่แต่งงาน:
Sofitel Bangkok Sukhumvitช่างภาพ วิดีโอ:
The Proposeพบโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคุณ!
แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
สิทธิพิเศษสำหรับเจ้าสาว SabuyWedding
หรือเลือกดูโปรโมชั่นตามประเภทร้าน
พบโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคุณ! (1 รายการ)