










สวยสบาย เรียบง่าย ได้ใจผู้ใหญ่ @Renaissance Bangkok
เนื่องจากจอยและคุณเจ้าบ่าวเป็นคนง่ายๆ ดังนั้นรูปแบบงานของเรา เลยเป็นงานหมั้นเช้าเลี้ยงเย็น แบบที่ไม่ได้มีคอนเซ็ปต์หรือธีมอะไรเป็นพิเศษค่ะ อย่างเดียวที่เน้นคือ อยากให้คุณพ่อคุณแม่และแขกผู้ใหญ่สบายใจด้วย เราเลือกสถานที่แต่งงานที่ โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel (เรเนสซองซ์ กรุงเทพ ราชประสงค์) มีเวลาเตรียมตัวทั้งหมด 10 เดือน ก็ลิสต์ออกมาเลยว่าเดือนไหนเราจะทำอะไร เหมือนเป็นเช็คลิสต์ไปในตัว

เราทำกันเองหมด ไม่ได้จ้างแพลนเนอร์ แต่มีทีมตกแต่งเป็นพี่เอ๋ Sushi@home ซึ่งได้ให้คำแนะนำอย่างดี พี่เอ๋บอกว่าเราต้องมีธีม มันจะได้ง่ายกับทางโรงแรมและทีมตกแต่ง (หัวเราะ) เราเลยบอกว่า งั้นขอเป็นสีหวานๆ แล้วกัน ตอนแรกกะจะเอาสีขาวเขียว เพราะเทรนด์กำลังมา ดูเรียบหรูกำลังดี แต่ตัวจอยเองชอบสีชมพู ก็เลยออกมาเป็นโทนชมพูขาวเขียว โดยเน้นชมพูมากหน่อย เป็นโทนหวานๆ พาสเทลค่ะ


หวานด้วยดอกไม้และลายฉลุ
ไฮไลท์ของงานจะอยู่ที่ Backdrop ดอกไม้สด ที่สองข้างเจาะวงกลมฉลุลายลึกลงไปให้ดูมีมิติ ส่วนที่ฉลุลายนอกจากจะทำให้สวยงามแล้ว ยังช่วยเซฟงบในการลงดอกไม้ได้ด้วย นอกจากนี้พี่เอ๋ยังทำอุโมงค์กับโฟโต้แกลอรี่ให้ คุณแม่ก็ชมว่าโอเคมาก ตกแต่งตรงนั้นเพิ่มนิด ตรงนี้เพิ่มหน่อย งานจะได้ออกมาดูกำลังดีค่ะ

ภาพถ่ายในงานเราใช้ภาพพรีเวดดิ้ง ที่ไม่ได้ดูเป็นพรีเวดดิ้งจ๋า ออกแนวธรรมชาติมากกว่า เพราะจริงๆ บ่าวสาวเป็นคนขี้อาย ถ่ายรูปไม่เก่ง แล้วประกอบกับไปเห็นงานของช่างภาพ LLP.STU’s พอดี สุดท้ายเลยลงตัวเพราะสไตล์เขาใช่ในแบบที่เราอยากได้จริงๆ
โลเคชั่นที่เราใช้ คือสนามกอล์ฟกรุงกวี ซึ่งเป็นของเพื่อนคุณเจ้าบ่าว โชคดีที่ทางสนามกอล์ฟเขาเพิ่งลงลูกม้าแคระพอดี ก็เลยเหมือนได้พร็อพน่ารักๆ เพิ่มมาด้วยเลย

เราเช่าชุดสั้นจาก Ti Amo สำหรับถ่ายพรีเวดดิ้งเซ็ตนี้ด้วย ก็เลยได้พี่เจีย (Ti Amo) มาแต่งหน้าพรีเวดดิ้งให้ ดูเบาสบาย เป็นธรรมชาติจริงๆ โดยแนวของภาพจะออกมาน่ารักดูดี แต่ยังคงมีความเป็นผู้ใหญ่อยู่ค่ะ


ของชำร่วยที่พกพาสะดวก
ภายในงาน เราเลือกของชำร่วยเป็นพวงกุญแจหนังสลักลาย โดยเลือกฟ้อนต์กันเอง เพราะอยากให้คนอื่นเอาไปใช้ได้ โดยไม่รู้สึกว่าเป็นของชำร่วยงานแต่งมาก ซึ่งปรากฏว่าฟีดแบคดีจริงๆ เหมาะกับงานของเราที่จัดเลี้ยงแบบค็อกเทล แขกจะได้ถือและพกพาสะดวกมือ


ตัวโลโก้เราได้ร้านการ์ดช่วยออกแบบให้ มีมงกุฎอยู่ด้านบน สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับส่วนต่างๆ ของงาน ตัวพิธีการเน้นเรียบง่าย มีพรีเซนเทชั่น สัมภาษณ์กันสบายๆ แล้วก็ตัดเค้ก


ตัวห้องที่จริงแล้วเราสามารถจัดเวทีให้เป็นแนวยาวหรือแนวนอนก็ได้ ซึ่งข้อดีแตกต่างกันค่ะ อย่างถ้าเป็นแนวยาวเจ้าสาวก็จะได้เปิดตัวนานหน่อย ส่วนแนวนอนแขกก็จะได้อยู่ใกล้เวทีมากกว่า สุดท้ายงานเราเลยเลือกแนวนอนค่ะ เพราะแขกจะได้โฟกัสกับงานได้นานด้วย






งานเราถือว่าเป็นงานคัดแขกระดับนึง เพราะรู้สึกเกรงใจคนที่ไม่สนิทถ้าจะต้องมา เลยเลือกเชิญเฉพาะคนที่คิดว่าน่าจะมาได้ และเป็นคนที่รักเราจริงๆ ผลลัพธ์คือมันเหมือนเป็นการรวมตัวกันของทุกคนที่ตั้งใจมาหาเรา เป็นอีกวันที่ทั้งบ่าวสาว คุณพ่อคุณแม่ และแขกทุกคนมีความสุขมากๆ เลย
แนะนำบ่าวสาว
เจอเวนเดอร์ตัวจริงเลยอุ่นใจกว่า : เพราะการไปเจอตัวเป็นๆ มันทำให้เขาได้รู้จักเราจริงๆ ค่ะ ได้รู้ว่าเราชอบไม่ชอบแบบไหน ได้เห็นสไตล์ของเรา แล้วเราก็จะได้รู้ด้วยว่านิสัยใจคอเขาเป็นยังไง ทำงานร่วมกันได้ไหม อย่างบางร้านดูจากทางออนไลน์ก็จะไม่ได้เห็นของจริง ไปเจอตัวที่ร้านเลย มั่นใจได้มากกว่า แถมยังได้คำแนะนำดีๆ เหมือนได้เพื่อนเพิ่มมาด้วยค่ะ
ระวังเรื่องแขกงอก : โดยเฉพาะแขกฝั่งคุณพ่อคุณแม่ เพราะเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยากค่ะ ถ้ากลัวแขกล้นอาจจะต้องบริหารพื้นที่ดีๆ ให้ตัวห้องใช้สอยได้คุ้มค่ามากขึ้น หรือทำเป็นแบบ RSVP ล่วงหน้าไปเลยว่าจะมากี่คน แต่กรณีนี้ก็อาจจะทำได้แค่แขกเพื่อนเท่านั้น ส่วนแขกผู้ใหญ่อาจจะต้องดูหน้างานอีกทีค่ะ







Credits & ร้านค้าแนะนำในบทความนี้
ช่างภาพ วิดีโอ:
The Pastel Studioสถานที่แต่งงาน:
Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel