






JW Marriott Hotel Bangkok ตอบโจทย์ทุกความสะดวกสบายระดับ 5 ดาว
งานแต่งของจี๊ป (เจ้าสาว) กับพี่พุธ (เจ้าบ่าว) จะมีแขกประมาณ 300 ท่าน เลยตั้งใจจัดงานแต่งในโรงแรมตั้งแต่แรก เพราะมั่นใจว่าบ่าวสาวและแขกจะได้รับความสะดวกสบายอย่างแน่นอน เริ่มแรกจี๊ปดูรีวิวจากเว็บไซต์ SabuyWedding ว่าแต่ละโรงแรมมีห้องบอลรูมแบบไหน สามารถจุแขกของเราพอไหม เมื่อทำลิสต์เรียบร้อยแล้วก็ไปดูสถานที่จริงค่ะ



สุดท้าย พวกเราเลือกจัดงานแต่งที่ JW Marriott Hotel Bangkok (เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ) เหตุผลข้อแรกคือ ตอบโจทย์ความสะดวกสบายทั้งมีห้องพักในตัว บ่าวสาวไม่ต้องตื่นเช้า แขกเดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้า ที่จอดรถเยอะและกว้างขวางเข้าออกง่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ค่อนข้างให้ความสำคัญเลยค่ะ


เหตุผลข้อสองคือ ห้องบอลรูมมีความสวยงาม หรูหรา บรรยากาศดี เป็นโรงแรมเชนใหญ่ที่มีมาตรฐานน่าเชื่อถือ ทำให้เรารู้สึกไว้วางใจ อีกทั้งพอได้ไปคุยกับทางทีมเซลล์ ก็สัมผัสได้ว่าเขามีความเป็นมืออาชีพ ใส่ใจในการบริการ และมีหลายแพ็กเกจให้เลือกอีกด้วยค่ะ


งานหมั้นที่แสนอบอุ่นกับโมเมนต์รับตัวเจ้าสาวที่ตราตรึงใจ
งานหมั้นเริ่มเวลาประมาณ 9.00 น. ที่ห้อง Manhattan Studio เนื่องจากเป็นงานช่วงเช้า จี๊ปเลยอยากให้บรรยากาศดูสดชื่นขึ้น ดังนั้น จึงมีการจัดดอกไม้โทนขาว-เขียวที่บริเวณแบ็คดรอปบนเวทีและจุดรับตัวเจ้าสาว เจ้าบ่าวมาในชุดสูทสีเทาเข้มโทนสุภาพ ส่วนเจ้าสาวใส่เดรสสีขาวปาดไหล่ กระโปรงทรงทิวลิป แต่มีความเก๋ตรงที่สามารถแมตช์กับกระโปรงชีฟอง ใส่ถ่ายรูปได้หลายลุคค่ะ



เริ่มด้วยรับตัวเจ้าสาว จี๊ปนั่งรออยู่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม แล้วพี่พุธกับเพื่อนก็เล่นไวโอลินลงมารับเรา เป็นซีนที่ประทับใจมากค่ะ สถานที่จัดงานยังมีความพิเศษตรงที่อยู่บริเวณชั้น 2 เป็นชั้นลอย ทำให้ทุกคนสามารถมองลงมาเห็นบรรยากาศตอนรับตัว เหมือนแขกได้มีส่วนร่วมอยู่ในทุกโมเมนต์ของเราเลยค่ะ



พอรับตัวเจ้าสาวเสร็จ ตามด้วยพิธีสวมแหวน รดน้ำสังข์ รับไหว้และยกน้ำชา เหมือนกับงานหมั้นทั่วไป แต่จี๊ปเน้นความเรียบง่าย มีเฉพาะแขกผู้ใหญ่หรือญาติสนิทประมาณ 50 ท่าน ทำให้บรรยากาศออกมาอบอุ่นเหมือนงานแต่งเล็ก ๆ ในครอบครัวค่ะ




คอนเซ็ปต์ Vintage Jazz Romance สวยเหนือกาลเวลา
เนื่องจากจี๊ปกับพี่พุธชอบงานเลี้ยงที่มีความวินเทจนิด ๆ บวกกับชอบฟังดนตรีแจ๊ส ทำให้พวกเรานึกถึงการตกแต่งโดยใช้ผ้าม่านสีแดงเข้ม ประดับด้วยมอสและดอกไม้นิดหน่อย ตามสไตล์วินเทจแบบ Quiet Luxury อยากให้ทุกอย่างดูกลมกล่อมไม่เยอะหรือน้อยเกินไปค่ะ



เข้ามาในงานจะพบกับจุด Welcome มีกระจกวางไว้ให้แขกได้ถ่ายรูป พร้อมลงทะเบียนรับของชำร่วยเป็นแบงค์สิบหายากให้แขกได้เก็บสะสม จากนั้นก็จะพบกับแกลเลอรี่เล็ก ๆ มีรูปภาพพวกเราเพียง 4 รูป ถัดมาเป็นแบ็คดรอปที่ค่อนข้างมีความสูง ใช้ม่านสีแดงเป็นแบ็คกราวด์ โชคดีที่โรงแรมนี้มีเพดานสูง สามารถวางแบ็คดรอปขนาดใหญ่ได้ตามที่จี๊ปต้องการค่ะ





ด้านในห้องบอลรูม มีเวทีที่เราประดับตกแต่งคล้ายโรงละคร ดูหรูหราเข้ากับการตกแต่งของห้องบอลรูมพอดี เราเน้นใช้จอ LED ทำฉากผ้าม่านแทนการใช้ขอจริง แถมยังสามารถเปลี่ยนเป็นภาพเคลื่อนไหวน่ารัก ๆ ได้อีกด้วยค่ะ




งานของพวกเราไม่มีธีมสี Dress Code ในการ์ดจะเขียนระบุว่า All colors are welcome. อยากให้ทุกคนได้ใส่สีที่ต้องการ แต่จี๊ปอยากให้ชุดของเพื่อนเจ้าสาวดูเด่นขึ้นมาจากธีมการตกแต่งที่เน้นสีแดงเข้ม จึงเลือกให้เพื่อน ๆ ใส่ชุดสี Baby Blue เพิ่มความสดใสให้กับงานเลี้ยงฉลองค่ะ


ถ้อยคำจากจดหมายรัก สู่เซอร์ไพรส์ในโชว์ไวโอลิน
งานเลี้ยงฉลองจี๊ปมาในชุดดีไซน์ Simple & Classic ที่ได้แรงบันดาลใจจากตุ๊กตาเจ้าบ่าวเจ้าสาวในกล่องเพลง (Snow Glob) เพราะจี๊ปอยากใส่ชุดที่ดู Timeless ย้อนกลับมาดูรูปอีกกี่ปีก็ไม่เบื่อ จึงตั้งใจออกแบบให้ชุดเรียบง่ายที่สุด แล้วเพิ่มฟังก์ชั่นของกระเป๋ากระโปรงไว้ใส่ของจุกจิกและไว้โพสต์ท่าถ่ายรูปค่ะ





พวกเราเปลี่ยนชุดเสร็จเวลาประมาณ 17.30 น. ก็ลงมาถ่ายรูปกับแขกที่แบ็คดรอป งานเลี้ยงจัดที่ห้อง Sukhumvit Grand Balloon ซึ่งมีขนาดพอดีสำหรับการจัดวางโต๊ะให้กับแขกผู้ใหญ่ และการจัดเลี้ยงรูปแบบค็อกเทล ที่มีโต๊ะเล็ก ๆ อยู่รอบห้อง พี่พุธอยากให้แขกได้เดินและพูดคุยกัน ดังนั้นซีเคว้นซ์งานของเราก็จะไม่ยาวจนเกินไปค่ะ




พอใกล้เริ่มพิธีการ ด้านในห้องก็เปิด Presentation จากนั้นจี๊ปก็เดินควงคู่เข้าไปกับคุณพ่อ โดยมีเพื่อนบ่าวสาวคอยโปรยดอกไม้ พร้อมวงดนตรีแจ๊สที่ร้องสดและเล่นเพลง Moon River เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติกมาก เมื่อเจ้าบ่าวรับตัวเจ้าสาวขึ้นไปบนเวทีแล้วก็เป็นคิวของเพื่อนสนิทบ่าวสาวขึ้นมากล่าวอวยพร เพื่อนแต่ละคนพูดดีมาก จนจี๊ปร้องไห้ตั้งแต่เริ่มงานเลยค่ะ



และไฮไลต์อยู่ในช่วง Love Letter เป็นอีกหนึ่งซีนที่จี๊ปประทับใจ พิธีการจะคล้าย Vow Ceremony แต่เปลี่ยนมาเป็นการอ่านจดหมายรักที่เขียนความในใจและคำมั่นสัญญาที่มีให้แก่กัน ซึ่งจดหมายทั้งสองฉบับ พวกเราตั้งใจเขียนกันขึ้นมาเองโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้อ่านก่อน ในวันงานทุกคนจะได้ฟังพร้อมกันทั้งหมด เป็นโมเมนต์ที่ซึ้งกินใจมากค่ะ





ต่อมาเป็นเซอร์ไพรส์จากเจ้าบ่าว พี่พุธเล่นไวโอลินร่วมกับเพื่อนอีกสองคนที่เล่นเชลโลกับไวโอลินเสริม ในเพลง Put Your Head on My Shoulder เป็นเพลงวินเทจที่จี๊ปชอบ แต่ก็มีความยากตรงที่เพลงนี้ไม่มีโน้ตสำหรับวง Trio ลักษณะนี้ พี่พุธจึงไปแกะทำนอง เรียบเรียงโน้ตขึ้นมาใหม่เพื่อเล่นในงานนี้โดยเฉพาะ แถมยังได้โน้ตเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วยค่ะ




หลังจากนั้นก็จะเหมือนงานเลี้ยงทั่วไป มีจุดเทียน ตัดเค้ก มอบเค้กให้ผู้ใหญ่ และโยนช่อดอกไม้เจ้าสาว คนที่ได้รับช่อดอกไม้ก็จะมีรางวัลให้เป็นแผ่นทอง เพื่อน ๆ ตื่นเต้นและสนุกกันใหญ่เลยค่ะ



ขับกล่อมเพลงแจ๊สปิดท้ายค่ำคืนแห่งความประทับใจ
พวกเราส่งแขกกลับไปบางส่วนแล้วกั้นครึ่งห้องสำหรับงานปาร์ตี้เล็ก ๆ ฟีลชวนแขกมานั่งเม้าท์มอยฟังเพลงแจ๊สชิลล์ ๆ บางคนก็ไปแจมกับนักดนตรี ร้องคาราโอเกะสลับกันไป ให้บรรยากาศที่รู้สึกสบาย ๆ เป็นกันเอง ชอบตรงที่บ่าวสาวไม่เหนื่อยดีค่ะ (หัวเราะ)





หลังจบงานแขกชมมาว่าอาหารคุณภาพดี อร่อยหลายเมนู เช่น ขาแกะออสเตรเลียอบสมุนไพร แซลม่อนอบเกลือ เนื้อสันนอกออสเตรเลีย ฯลฯ ส่วนตัวขอชื่นชมทีมสตาฟฝ่ายอีเว้นท์และห้องพัก เพราะจี๊ปมีการย้ายห้องระหว่างเข้าพัก 2 คืน แต่สตาฟก็สามารถประสานงานได้ดีมาก ๆ รวมทั้งคุณกรณ์ คุณจ๊ะโอ๋และคุณปอ เซลล์ของ JW Marriott Hotel Bangkok ที่ทำงานรอบคอบ ทำให้งานของเราราบรื่นและเป็นที่น่าจดจำไปตลอดค่ะ



แนะนำบ่าวสาว
เริ่มจากหาแรงบันดาลใจ : ถ้าเป็นไปได้อยากให้หาคอนเซ็ปต์หรือรูปแบบงานแต่งไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เซฟไอเดียเก็บไว้ จากนั้นค่อยวางแผนไปทีละสเต็ป ค่อยเป็นค่อยไปอย่าใจร้อนค่ะ
ก่อนเลือกสถานที่จัดงานและ Vendor : ควรคุยกับครอบครัวถึงภาพรวมของงานว่าจะออกมาประมาณไหน แล้วเราจะสามารถหาสถานที่และ Vendor ตามสไตล์ที่ทุกคนต้องการได้ง่ายขึ้น
ทุกอย่างสามารถยืดหยุ่นได้ : บางทีถ้าเราตั้งงบประมาณเอาไว้ แต่ Vendor ที่ชอบอาจมีราคาสูง เราสามารถไปคุยกับเขาให้ช่วยเสนอตัวเลือกที่อยู่ในงบประมาณที่เราตั้งไว้ อยากให้ทุกฝ่ายคุยกันเยอะ ๆ ค่ะ
Photographer : position wedding / moonday.story / meay_naphatthanan / big on the way






