






The Botanical House Bangkok สถานที่แต่งงานบรรยากาศ Cozy มีสวนสวย ราคาคุ้มค่า
ฟ้าและป๊อป (เจ้าบ่าว) มีเกณฑ์ชัดเจนในใจตอนเลือกสถานที่ ว่าเราอยากจัดงานแต่งงานในสถานที่ที่มีสวน มีแสง Daylight ส่องเข้ามา และอยากให้แขกประมาณ 200-250 คนของเรา สามารถนั่งทานอาหารได้ทุกคน ในบรรยากาศสบาย ๆ อบอุ่น ซึ่ง The Botanical House Bangkok (เดอะ โบทานิคอล เฮ้าส์) ตรงกับความคาดหวังของเราที่สุดค่ะ
เราชอบที่นี่เพราะอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมาก สถานที่สวยและได้รับการดูแลอย่างดี อุปกรณ์จัดเลี้ยงดูสวยพรีเมียมและสะอาด เหมาะกับความมินิมอลของเราทั้งคู่ นอกจากนี้ยังแมตช์กับงบประมาณที่ตั้งไว้ สิ่งที่ได้รับก็คุ้มค่า เลยรู้สึกว่าที่นี่ตอบโจทย์เราที่สุดถ้าเทียบกับที่อื่นค่ะ




พิธีหมั้นเรียบง่ายแต่ครบถ้วน ท่ามกลางสวนแสนอบอุ่น
เราจัดพิธีหมั้นแบบจีน และตั้งใจใช้โทนสีขาว-เขียวเป็นธีมตกแต่งหลักของงาน โดยมีสีเหลืองแซมประมาณ 20% แต่เนื่องจากพิธีจีนมีอุปกรณ์หลายอย่างเป็นสีแดง ทำให้ภาพรวมอาจดูคล้ายสีไฟจราจรเกินไป ดีที่มีทีมตกแต่งของสถานที่คอยช่วยให้คำแนะนำ ว่าควรเปลี่ยนสีเหลืองเป็นสีส้มแทน ฉากพิธีงานหมั้นจึงออกมาสวยลงตัวมากขึ้นค่ะ



ช่วงเช้าเรามีพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นต่อด้วยพิธีหมั้นจีน ที่ไม่มีการแห่ขันหมาก เพราะเราทั้งคู่เป็นอินโทรเวิร์ตขี้อาย ไม่ชอบอะไรเสียงดัง อยากจัดพิธีให้เรียบง่ายที่สุด จึงเริ่มต้นด้วยเจ้าบ่าวมารับตัวเจ้าสาวที่รออยู่ในสวน เพื่อเข้าไปทำพิธีต่อด้านใน ฟ้าชอบช่วงนี้เป็นพิเศษเพราะภาพออกมาน่ารักมากค่ะ





บ้านเราค่อนข้างซีเรียสเรื่องธรรมเนียมจีน พิธีจึงต้องเป๊ะนิดหนึ่ง เราจัดครบทั้งพิธีนับสินสอด แลกแหวน ทานขนมอี๋ ยกน้ำชา และขึ้นไปทำพิธีส่งตัวข้างบนห้องของสถานที่ด้วย ส่วนแขกจะมีติ่มซำ ข้าวต้ม ผลไม้ และคอฟฟี่เบรค จัดเลี้ยงให้ได้ทานกันระหว่างรอค่ะ





อาหารอร่อย ดนตรีเพราะ คือหัวใจของงานฉลอง
ในช่วงงานฉลองเที่ยงนี้ ก็ยังใช้การตกแต่งธีมสีเขียวเป็นหลัก แซมด้วยสีขาว และเหลืองไม่เกิน 20% ค่ะ เราชอบความมินิมอล ไม่หวาน ชอบดอกไม้และใบไม้เยอะ ๆ แต่ไม่อยากให้ดูเหมือนป่า จึงเป็นโจทย์ยากสำหรับทีมตกแต่ง ซึ่งคุณแพร เซลล์ของที่นี่ก็สามารถจับทางและตีความได้ว่า เราชอบแนวโมเดิร์นแต่ไม่หวือหวา พอเขาเสนอมาเป็นสไตล์ที่เรียกว่า Avant-garde (ศิลปะล้ำยุค) และปรับแก้กันอีกเล็กน้อย ก็ตอบโจทย์เลยค่ะ
เราตกแต่งสไตล์ Avant-garde นี้ ทั้งบนเวที Backdrop และตรงบันไดที่อยู่ติดกันด้วย เพราะฟ้ารู้สึกว่าดูโล่ง เลยขอทางสถานที่ทำเพิ่มให้ เขาก็ทำมาเป็นพุ่ม ๆ ตรงใจมากค่ะ ส่วน Dress Code ของแขกในงานจะเป็นสีเขียว และเพื่อนเจ้าสาวใส่สีเหลือง ให้แมตช์กับธีมสีตกแต่งในสัดส่วนเดียวกันค่ะ




งานนี้เราไม่ได้แจกของชำร่วยให้แขก เพราะคิดว่าคนส่วนใหญ่อาจไม่ได้ใช้งานจริง จึงคิดอยากนำเงินในส่วนนี้มาบริจาคแทนค่ะ โดยเราจะให้แขกเลือกแปะสติกเกอร์บนบอร์ด ว่าอยากบริจาคให้มูลนิธิของสุนัขหรือช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ แล้วเราก็จะนับจำนวนและบริจาคตามความประสงค์ของแขกเลยค่ะ


จุดประสงค์สำคัญที่เราจัดงานแต่ง คืออยากให้คนที่มาได้ทานข้าวอร่อย ฟังเพลงเพราะ ในบรรยากาศดี จึงใส่ใจเรื่องดนตรีในงานเป็นพิเศษ เราเลือกใช้วงดนตรีสดแทนการเปิดเพลง และเลือกนักร้องที่ร้องเพลงเพราะทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ในแบบที่ทั้งบ่าวสาวโดนใจ จึงได้เป็นคุณพลอย วง Hers มาร้องให้งานเราค่ะ
ชาวอินโทรเวิร์ตอย่างเราไม่ชอบเป็นจุดสนใจ ตอนแรกกะจะไม่มีช่วงเปิดตัวซ้ำ พอต้องเลือกเพลงสำหรับช่วงนี้ เลยเลือกเป็นจังหวะเร็วเพื่อจะได้รีบเดินเข้าไป พอถึงเวลาจริงเราเขินมาก บวกกับเพื่อนส่งเสียงเชียร์ด้วย ก็เลยยิ่งรีบเดินไวกว่าเพลงค่ะ






พอเราขึ้นไปบนเวทีแล้ว ก็จะมีพิธีกร 2 คน สำหรับภาษาไทยและอังกฤษ กล่าวเชิญคุณแม่ของป๊อปขึ้นมากล่าวอวยพร ต่อด้วยเพื่อนสนิทของฟ้า และสปีชขอบคุณของเราทั้งสองค่ะ





จากนั้นจะเป็นพิธีตัดเค้ก ที่นี่เขาเตรียมเป็นเค้กจริงให้ ซึ่งสวยและเราชอบมาก ระหว่างตัดเค้กก็ใส่ใจเลือกเพลงเองเช่นกัน เราได้ทริคจากพี่แพลนเนอร์ว่าให้เลือกเพลงที่อบอุ่น ซึ้ง ๆ ความหมายดีก่อน แล้วค่อยจบด้วยเพลงเร็ว สนุก ๆ เพื่อให้เป็นการปิดที่สนุกสนาน เพราะถ้าเราใช้เพลงเนิบเกินไป แขกก็จะรู้สึกเหมือนลบล้างสิ่งที่เขาสนุกมา ซึ่งวิธีนี้ก็ช่วยให้งานเราบรรยากาศดีจริง ๆ ค่ะ




เรามีช่วงเล่นเกม Kahoot ตอบคำถามเกี่ยวกับเราสองคน เป็นแนวตลก ๆ แค่ 7 คำถาม โดยจะแจกเป็นอั่งเปาให้ 2 อันดับแรก และอันดับ 3 ได้เป็นหม้อทำอาหารเกาหลีขนาดใหญ่ 22 นิ้วค่ะ



และเพราะเป็นอินโทรเวิร์ต ฟ้าเลยไม่ชอบการโยนดอกไม้หรือดึงริบบิ้น รวมถึงการโดนเรียกออกไปรับช่อดอกไม้ด้วย งานเราเลยจะไม่เรียกใครออกมาโดยที่เขาไม่อยากออก จึงใช้เป็นวิธีเซอร์ไพรส์ส่งต่อดอกไม้ให้เพื่อนที่กำลังจะแต่งงานในปี 2026 นี้ 3 คนแทนค่ะ ส่วนแขกในงาน พอจบพิธีก็สามารถเลือกดอกไม้กลับบ้านได้ด้วย เพราะรู้สึกเสียดายดอกไม้ค่ะ



งานนี้เราให้ความสำคัญกับการจัดเลี้ยงมาก เพราะนอกเหนือจากบรรยากาศในงาน อาหารก็เป็นหนึ่งในความทรงจำของแขกเช่นกัน ป๊อปเคยไปงาน Sit-down Dinner แล้วรู้สึกว่ากินข้าวอร่อยน้อยลง เพราะได้นั่งติดกับคนที่ไม่สนิท เราจึงจัดที่นั่งทุกตำแหน่งอย่างตั้งใจ จำนวนแขก 200 กว่าคนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ แต่สุดท้ายเราได้ฟีดแบ็กกลับมาว่าทุกคนรู้สึกให้คุณค่ากับสิ่งนี้มาก ๆ
สิ่งสำคัญอีกอย่างสำหรับงานเราคือเรื่องอาหาร เราได้ยินคำแนะนำมาว่าอาหารที่นี่อร่อย และรู้สึกประทับใจมากที่ช่วง Food Tasting เขายินดีให้ชิมจนกว่าจะแฮปปี้ เราจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟต์ เน้นเมนูอาหารไทย โดยรวมที่ได้ฟังทุกคนบอกว่าอาหารอร่อยทุกอย่าง แต่ที่เด่นจะเป็นแกงเผ็ดเป็ดย่าง กุ้งผัดต้มยำแห้ง หมูสันในราดซอสเห็ดทรัฟเฟิลค่ะ




บ่าวสาวซาบซึ้งใจ Appreciate ทุกฝ่ายที่ทำให้งานสมบูรณ์
วันนั้นมีทั้งความอบอุ่น ซาบซึ้ง และประทับใจ จนป๊อปถึงกับน้ำตาซึมเลยค่ะ เรารู้สึกว่าเป้าหมายที่อยากให้ทุกคนได้มาพบปะ ทานข้าว ฟังเพลง และได้รับความสุขกลับไปสำเร็จแล้ว และอยากขอบคุณครอบครัวทั้งสองฝ่าย ขอบคุณคุณแม่ป๊อปที่ทุ่มเทและเหนื่อยมากช่วงใกล้วันงาน ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ฟ้าที่น่ารักและตามใจลูกทุกอย่าง ขอบคุณเพื่อนสนิทฟ้าที่คอยดูแลชาร์ลีให้ในงาน และขอบคุณป๊อปด้วยค่ะ

ที่สำคัญขอบคุณ The Botanical House Bangkok สำหรับสถานที่ที่ดูใหม่ สะอาด และใช้อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์คุณภาพดี เรารู้สึกเหมือนเขาเป็น One Stop Service เพราะไว้ใจได้ทั้งเรื่องอาหารและการตกแต่งดอกไม้ ที่สวยเกินกว่าที่คาดไว้อีกค่ะ ขอบคุณคุณแพร เซลล์ที่ช่วยดูแลทุกอย่าง คอยให้คำแนะนำกระชับเหมาะสม ทำงานร่วมกับแพลนเนอร์เป๊ะตามตาราง ทำให้แม้เราจะยุ่ง หรืองานแต่งจะเหนื่อย วุ่นวายแค่ไหน แต่การมีเขาช่วยก็เราได้เยอะมากเลยค่ะ


แนะนำบ่าวสาว
รีบเลือกสถานที่ให้เร็วที่สุด : เมื่อกำหนดวันแต่งงานได้แล้ว ควรเลือกสถานที่ให้ไว เพราะจะช่วยให้เห็นภาพรวมชัดเจน กำหนดสิ่งที่ต้องทำต่อไปได้ และการวางแผนจะง่ายขึ้นมาก
คุยกันให้ชัดว่าเราต้องการอะไร : บ่าวสาวควรกำหนดสิ่งที่อยากได้จริง ๆ ตั้งแต่ต้น ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อไม่ให้งานกระจัดกระจาย เสียทั้งเวลาและงบประมาณ
บาลานซ์ความต้องการทุกฝ่าย : เราควรพยายามหาจุดสมดุลของทั้งบ่าวสาว ครอบครัวที่อาจมีความเห็นต่างจากเรา และแขกที่มาร่วมยินดี เพื่อให้งานออกมาดีสำหรับทุกฝ่าย
เตรียมใจว่าใกล้งานจะเหนื่อย : แม้จะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน ช่วงใกล้งานก็ยังเหนื่อยและวุ่นวายได้ ถือเป็นเรื่องปกติ ทำใจให้สบาย แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี
ถ้าเวลาจำกัด แพลนเนอร์ช่วยได้มาก : แพลนเนอร์ช่วยจัดตาราง คุมไทม์ไลน์ และให้คำแนะนำจากประสบการณ์ตรง ทำให้การวางแผนครอบคลุมมากขึ้น แถมช่วยบริหารงบประมาณและลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยค่ะ
Photographer: Unfriend The Wedding






