
Chivalry's Story แพลนงานเป๊ะ แถม Decoration สวยตรงปก
โจทย์งานแต่งของชาร์ม (เจ้าสาว) กับอ๋อง (เจ้าบ่าว) คือ อยากได้ความใกล้ชิดของครอบครัว ฟีลอบอุ่น เน้นเก็บโมเมนต์ให้ได้มากที่สุด อีกทั้งส่วนตัวชาร์มไม่ชอบกลิ่นดอกไม้ จึงไม่อยากได้การตกแต่งที่ดูหรูหรือต้องใช้ดอกไม้เยอะ ๆ ค่ะ

ช่วงแพลนงานแต่ง ชาร์มหาทีม Decoration แล้วเทียบดูหลายเจ้าเลยค่ะ แต่พอได้ไปงานแต่งของพี่สาวคนสนิท ก็มีโอกาสได้เห็นภาพ 3D กับผลงานจริงของ Chivalry's Story ซึ่งงานที่ออกมาก็สวยงามตรงปกมาก เราเริ่มมีความมั่นใจว่าถ้าเลือกทีมนี้มาช่วยดูแลในการตกแต่ง ก็จะได้ภาพงานแต่งตรงตามที่เราต้องการค่ะ


และเรายังสัมผัสได้ถึงความใส่ใจพร้อมที่จะให้บริการเสมอ เขาช่วยวาง Timeline ลงดีเทลสิ่งที่เราต้องทำเป็นสเต็ป ๆ ในแต่ละเดือน ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่าหรือห่างหายไปจากเรา เขาเป็นมืออาชีพมาก ๆ ทำให้เรายิ่งอุ่นใจเลยค่ะ


Park Hyatt Bangkok สถานที่แต่งงานในฝันกับมุมไวรัล
ชาร์มพูดกับอ๋องมาตลอดว่า ถ้าวันหนึ่งได้แต่งงานอยากจะจัดที่ Park Hyatt Bangkok ชาร์มชอบดีไซน์ โทนสี มู้ดต่าง ๆ ของโรงแรม โดยเฉพาะมุมตรงบันไดที่เป็นซิกเนเจอร์ เรามีภาพในหัวว่าอยากใส่ชุดแต่งงานแล้วถ่ายรูปด้วยกันตรงบันไดนี้
รวมถึงเรื่องโลเคชั่นที่แขกสามารถเดินทางมาได้หลายวิธี มีที่จอดรถเยอะ สามารถรองรับแขกของเราจำนวน 350-400 คนได้เพียงพอ และยังประทับใจอาหารตั้งแต่วันที่ได้เข้าไปทำ Food Tasting มีอาหารให้เลือกเยอะมาก แถมอร่อยถูกใจทุกคนอีกด้วยค่ะ




ธีมสี Green & Glow ไอเดียตกแต่งรักษ์โลกด้วยผลไม้
หลายคนมักมองภาพชาร์มกับอ๋องในสไตล์มินิมอล ชอบแต่งกายและใช้สิ่งของในโทนสีน้ำตาล ขาว ดำ เทา มาโดยตลอด แต่สำหรับงานแต่งครั้งเดียวในชีวิต พวกเราก็อยากให้ดูพิเศษขึ้น จึงหาโทนสีจากสิ่งที่พวกเราชอบเหมือนกัน คือสีของธรรมชาติ เน้นไปที่สีเขียวแล้วนำมาจับคู่กับโทนสีเหลืองให้มีความโดดเด่นขึ้นค่ะ



พอได้ธีมสีที่ชอบ ชาร์มก็รวบรวมภาพ Reference แต่ละโซนใส่ Power Point ไปให้ Chivalry's Story มีรายละเอียดเยอะมาก เพราะเรามีภาพในหัวที่ค่อนข้างชัดเจนว่าอยากได้แบบไหน และมีงบในส่วนตกแต่งเท่าไร ทางทีม Decoration ก็ช่วยออกแบบต่อยอดจาก Reference เสริมไอเดียกลับมา โดยทำให้อยู่ภายในงบได้ค่ะ
ชาร์มอยากใช้ดอกไม้ไม่เยอะ ที่สำคัญต้องเป็นดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่น และอยากให้ทุกอย่างในงานไม่เป็นขยะ ทางทีม Decoration ก็เสนอให้ใช้ส้ม เลมอน อินทผลัม เน้นตกแต่งตามจุดต่าง ๆ และใช้ถุงถักใส่ส้ม แขวนประดับเก๋ ๆ ซึ่งเป็นกิมมิกให้แขกเก็บกลับไปได้ง่าย เมื่อชาร์มเห็นไอเดียนี้แล้วก็ซื้อเลยค่ะ ชอบมาก







มุมถ่ายรูป มีตั้งแต่จุดลงทะเบียน จุดรับตัวเจ้าสาว แกลเลอรี่ แบ็คดรอป ไปจนถึงเวที ตกแต่งแบบโปร่ง เน้นพวกใบไม้สีเขียว ผลไม้โทนเหลือง แซมด้วยดอกไม้สีขาวและสีเหลืองเพียงเล็กน้อยตามสไตล์เจ้าสาวที่ไม่ชอบดอกไม้ แล้วยังมีอีกหนึ่งกิมมิกที่เป็นธรรมเนียมของพวกเราเมื่อไปญี่ปุ่นคือ การถ่ายรูปกับกระจกจราจร พวกเรายกสิ่งนี้มาไว้ในงานให้แขกได้ถ่ายรูปกันค่ะ








แต่ต้องบอกว่าตอนนั้นชาร์มเคาะแบบทุกอย่างไปหมดแล้ว และใกล้ถึงวันงาน พวกเราเลยตัดสินใจทำกระจกจราจรกันเอง แต่พอทำเสร็จปุ๊บ ประกอบเองไม่ได้ ทางทีมตกแต่งก็เข้ามาช่วยเหลือในการทำฐานประกอบให้เป็นรูปร่างทันที คุณนัท เจ้าของ Chivalry's Story ก็น่ารักมาก บอกให้โยนความไม่สบายใจมาที่เขา อยากให้ชาร์มกับอ๋องสบายใจได้ทุกเรื่อง พวกเราประทับใจมากค่ะ



รวมโมเมนต์อบอุ่นของครอบครัว
งานแต่งของชาร์มเป็นงานเช้า-เที่ยง จึงสามารถตกแต่งทีเดียวแล้วใช้ยาวจนจบงาน ช่วยลดการเกิดขยะตามคอนเซ็ปต์ที่เราต้องการ ช่วงเช้าเป็นงานเล็ก ๆ ที่มีแต่แขกผู้ใหญ่และเพื่อนสนิทของพวกเราเท่านั้น ดังนั้น ชาร์มจึงเลือกของชำร่วยเป็นน้ำหอมในรถ ให้แขกผู้ใหญ่นำไปใช้งานได้จริงค่ะ



ข้อจำกัดของงานนี้คือ ต้องจบทุกอย่างภายในช่วงบ่าย เพราะต้องกลับไปส่งตัวที่บ้านให้ทันตามฤกษ์ จึงพยายามทำทุกอย่างให้ตรงเวลา ตั้งแต่พิธีสงฆ์ ตามด้วยการแห่ขันหมาก ฝ่าด่านเพื่อนเจ้าสาวจนถึงด่านสุดท้าย เป็นประตูของครอบครัวฝั่งเจ้าสาว โดยพวกพี่ ๆ ได้ให้โจทย์เจ้าบ่าวท่องก.ไก่ถึงฮ.นกฮูก แบบที่หลาน ๆ ของชาร์มท่องกันว่า กอเอ๋ยกอไก่... ยากมาก ฝั่งเจ้าบ่าวเลยต้องตะโกนช่วยอ๋องกันยกใหญ่ เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนในงานกันเลยค่ะ


เมื่อเสร็จจากขบวนขันหมาก เจ้าบ่าวก็ออกมารับตัวเจ้าสาวเข้าไปยังพิธี อีกหนึ่งสิ่งที่ประทับใจมากคือ ชาร์มให้คุณปู่เป็นเถ้าแก่ ซึ่งท่านรับบทนี้ตั้งแต่งานแต่งของพี่ชาย เราก็เก็บดีเทลพวกนี้มาตลอด หวังว่าเมื่อถึงงานแต่งของเราก็อยากให้คุณปู่มาเป็นเถ้าแก่เหมือนกันค่ะ


เข้าสู่พิธีสู่ขอ สวมแหวน และรับไหว้ตามลำดับ ชาร์มให้แขกขึ้นรับไหว้หมดเลย เพราะเราตัดพิธีรดน้ำสังข์ออก ให้แขกทุกคนได้อวยพรในช่วงรับไหว้แทน บรรยากาศก็เป็นไปอย่างอบอุ่น เหมือนได้ใช้เวลาร่วมกับทุกคนในครอบครัวอย่างทั่วถึงค่ะ



งานฉลองที่ทั้งซึ้ง อบอุ่น และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ชาร์มรีบไปเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าใหม่ภายในครึ่งชั่วโมง เพื่อให้มีเวลาสำหรับถ่ายรูปกับเจ้าบ่าว ครอบครัวและเพื่อน ๆ เก็บโมเมนต์ให้ได้มากที่สุด ชาร์มมาในชุดเจ้าสาวแบบเรียบ แต่มีดีเทลตรงกระโปรงเอวบาสก์ ทรงบอลลูน มาพร้อมช่อดอกไม้แบบยาวย้อยลงมา ทำให้บาลานซ์กับความพองของชุดค่ะ




ประมาณเที่ยงแขกก็เริ่มมาลงทะเบียนพร้อมรับของชำร่วย ช่วงเลี้ยงฉลองใช้เป็นแบงก์สิบ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของครอบครัวชาร์มที่ใช้สิ่งนี้ในทุกงานแต่ง บริเวณด้านหน้าก่อนเข้างาน แขกสามารถมาถ่ายรูปร่วมกับบ่าวสาวที่แบ็คดรอป โฟโต้บูธ กระจก หรือตามจุดต่าง ๆ มีมุมถ่ายรูปให้เยอะมากค่ะ





ชาร์มมีความฝันมาตลอดและเคยพูดกับคุณพ่อว่า ถ้าแต่งงานก็อยากให้คุณพ่อเป็นคนเดินมาส่งตัวเจ้าสาว เมื่อวันนี้มาถึงก็ได้ทำตามฝัน ตอนที่ชาร์มเดินควงคุณพ่อเข้ามายังห้องบอลรูม รู้สึกอยากร้องไห้ตลอดเวลา เหมือนทุกอย่างเติมเต็มความฝันของเราแล้วค่ะ



สำหรับพิธีการบนเวที ชาร์มพยายามทำให้ทุกอย่างไม่เป็นทางการจนเกินไป เช่น ปรับสคริปต์เป็นภาษาพูด ให้เพื่อน ๆ มาเป็นพิธีกร มีแซวบ่าวสาวบ้าง ทำทุกอย่างให้กระชับมากที่สุด จึงมีแค่ประธานเป็นคุณอาที่เคารพคือ คุณวราวุธ ศิลปอาชา และคุณเศรษฐา ทวีสิน ขึ้นมากล่าวอวยพร ตามด้วยพี่ชายและพี่สาวของพวกเรา เป็นโมเมนต์ที่น่ารักมากค่ะ



ต่อมาพวกเราก็เดินไปตัดเค้กที่กลางห้อง แล้วกลับมาโยนช่อดอกไม้เจ้าสาว ให้ทุกคนในงานได้ออกมาร่วมสนุกกัน ซึ่งมีของรางวัลเป็นลิปมันของ Hermès ชาร์มตั้งใจเลือกแพ็กเกจที่เป็น Unisex สามารถนำไปใช้ได้ทุกคนค่ะ




กิมมิกพิเศษ ชวนแขกเก็บผลไม้
เมื่อจบงาน บรรดาแขกก็มาร่วมกันเก็บผลไม้กลับไป กลายเป็นว่าทุกคนประทับใจสิ่งนี้มาก เหมือนเป็นไอเดียที่เขาก็ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เรียกได้ว่าเป็นงานแต่งที่ครบรส มีทั้งซึ้ง สนุกสนาน อบอุ่นเป็นกันเอง เหมือนกับโจทย์งานแต่งที่เราตั้งไว้ในตอนแรกเลยค่ะ



ชาร์มว่าบ่าวสาวทุกคนที่จัดงานแต่งจะมีความกังวลหลายด้าน แต่ถ้าสามารถตัดความกังวลใจไปได้อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง ก็ช่วยให้เรารู้สึกเหนื่อยน้อยลงอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งทาง Chivalry's Story ก็ทำให้เราวางใจตั้งแต่แรก ยิ่งพอได้เห็นงานจริงที่ตรงปก กลายเป็นว่าทุกอย่างคุ้มค่ากับสิ่งที่เราตั้งใจนำเสนอ เขาช่วยครีเอทไอเดียได้อย่างตอบโจทย์โดยที่สามารถทำให้อยู่ในงบประมาณที่เราตั้งไว้ เป็นการจัดงานแต่งที่ชาร์มรู้สึกสบายใจและมีความสุขมากเลยค่ะ


แนะนำบ่าวสาว
มีภาพงานแต่งที่ชัดเจน : ค้นหาความต้องการของตัวเองว่าอยากมีงานแต่งรูปแบบไหน แล้วทำให้ภาพนั้นออกมาชัดเจนมากที่สุด เมื่อไปคุยกับทีมต่าง ๆ จะสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น และออกมาตรงในแบบที่เราต้องการค่ะ
กำหนดงบประมาณไว้ตั้งแต่แรก : โดยระบุให้ชัดว่าแต่ละส่วนมีงบเริ่มต้นเท่าไร และสามารถขยับได้สูงสุดแค่ไหน พยายามควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในแผน จะได้ไม่เกิดความเครียดหลังแต่งงานค่ะ
เลือก Vendor ที่เข้าใจเรามากที่สุด : คุยด้วยแล้วเราต้องรู้สึกสบายใจ ถ้าคุยแล้วยังรู้สึกไม่ใช่ ให้กล้าที่จะปฏิเสธ ถ้าเราเจอ Vendor ที่ลงตัว ทุกอย่างจะสามารถปล่อยโฟลว์ได้อย่างสบายใจเลยค่ะ
จ้างช่างภาพให้ครบ : ชาร์มกับอ๋องชอบถ่ายรูป และอยากเห็นโมเมนต์ของแขกทุกคน จึงจ้างช่างภาพเยอะมาก ทั้งช่างภาพหลักให้ตัวเอง แคนดิด ช่างภาพสำหรับครอบครัว ช่างภาพสำหรับเพื่อน ช่างภาพวิดีโอ ไปจนถึงช่างภาพฟิล์ม เพื่อเก็บมู้ดให้เราสามารถสัมผัสความรู้สึกในช่วงเวลานั้นค่ะ
Photographer : CutjungPhoto / Babe'photograph / Ananimage / @1989imagery / @Gu_nut_pc