
Cheers Couple เนรมิตงานแต่งสุดครีเอทด้วยความเข้าใจบ่าวสาว
พวกเรา (เฟิร์น-เอก) อยากมีงานแต่งที่เรียบง่าย พิธีการสั้นกระชับ บรรยากาศสบาย ๆ แขกประมาณ 300 คน แต่ตอนแรกก็ยังไม่มีภาพในหัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการตกแต่งว่าจะออกมาเป็นอย่างไร หลังจากได้ฤกษ์และสถานที่แล้ว พวกเราจึงมองหาทีมออแกไนซ์ที่จะเข้ามาช่วยดูแลในส่วนนี้ครับ


ผมได้เห็นผลงานของ Cheers Couple ที่ใช้ผักและผลไม้ในการตกแต่ง รู้สึกว่าเขามีความครีเอทดี แถมตรงกับคอนเซ็ปต์ Zero Waste พวกเราเลยติดต่อไปโดยบอกความต้องการหลักว่าอยากมีงานแต่งรูปแบบไหน ทางพี่บีก็เข้าใจคอนเซ็ปต์ทันที เหมือนยิ่งคุยก็ยิ่งคลิ๊กกับพวกเราครับ

งานแต่งโทนสีม่วงในคอนเซ็ปต์เรียบง่ายและรักษ์โลก
คอนเซ็ปต์แบบเรียบง่ายนั้น อาจฟังดูแล้วกว้างไปหน่อย ทาง Cheer Couple พยายามสโคปความชอบของพวกเราลงไปในการตกแต่ง เช่น เจ้าสาวชอบสีม่วง ส่วนผมอยากเน้นเรื่อง Zero Waste อีกทั้งสถานที่จัดงานอย่าง Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River ก็มีการตกแต่งที่สวยอยู่แล้ว พวกเราเลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้ดอกไม้มากเกินไป ซึ่งทางพี่บีก็เห็นด้วยเลยครับ



ดังนั้น การตกแต่งก็จะมาในโทนสีม่วง-เขียว-ขาว ใช้ดอกไม้ไม่เยอะ เน้นงานผ้าซะส่วนใหญ่ เริ่มตั้งแต่จุดลงทะเบียนและแกลเลอรี่ จะเห็นได้ว่ามีการใช้ผ้าสีขาวจับทรงให้มีลูกเล่นพริ้วไหว เดินตรงเข้ามาเป็นแบ็คดรอปที่มีการตกแต่งเบา ๆ ให้เข้ากับผนังของโรงแรม ดูแล้วโมเดิร์นดีครับ



พวกเราใช้ห้องบอลรูมทั้งช่วงพิธีการและเลี้ยงฉลองเลยครับ ข้อดีคือ ตกแต่งบนเวทีเพียงจุดเดียวก็สามารถใช้ได้ครบทุกพิธีการ ช่วยลดขยะตามที่ตั้งใจไว้ แถมได้ภาพไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งการตกแต่งในห้องบอลรูมก็คงคอนเซ็ปต์เหมือนกับด้านนอกที่ใช้ดอกไม้สีม่วงตกแต่งเข้ากับผ้าสีขาวครับ


และยังคงคุมโทนสีม่วงไปจนถึงช่อดอกไม้เจ้าสาว ส่วนของชำร่วยก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์รักษ์โลก ตอนแรกพวกเราตั้งใจอุดหนุนสินค้า OTOP แต่หาของที่เหมาะไม่ได้ โชคดีที่เพื่อนของผมทำโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์เครื่องหนัง ทำให้มีเศษหนังที่เหลือจากการทำเฟอร์นิเจอร์ ผมเลยสั่งผลิตกระเป๋าใส่เหรียญและ Card Holder แบบ 2 in 1 พร้อมปั๊มโล้โก้ชื่อบ่าวสาวเล็ก ๆ อยู่หลบมุม แขกสามารถนำไปใช้งานได้จริงครับ


พิธีหมั้นที่ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง แต่เต็มอิ่มทุกโมเมนต์
พวกเราได้ถ่ายรูปตามมุมต่าง ๆ ภายในโรงแรมกันก่อนที่จะเริ่มพิธีการ โดยเจ้าสาวใส่ชุดสีแดงให้ได้ฟีลแบบงานแต่งจีนหน่อย จากนั้นเจ้าสาวก็ไปเปลี่ยนเป็นชุดสีขาวสำหรับพิธีหมั้นตามฤกษ์ในช่วงบ่ายโมง เป็นการสู่ขอแบบเรียบง่าย ไม่มีแห่ขันหมากนะครับ



เริ่มจากผมออกไปรับตัวเจ้าสาวที่นั่งอยู่ด้านนอกเข้ามายังห้องบอลรูม แล้วเข้าสู่พิธีสู่ขอ สวมแหวน และยกน้ำชารับไหว้ผู้ใหญ่ บรรยากาศเป็นไปย่างอบอุ่นเรียบง่ายตามที่พวกเราต้องการ ประมาณบ่ายสามโมงก็เสร็จพิธีทั้งหมด แถมมีเวลาเหลือถ่ายรูปครอบครัวอีกด้วยครับ






งานเลี้ยงฉลองฟีลสบาย ๆ ไม่เน้นพิธีการ
พวกเรามีตารางซ้อมในเวลาประมาณ 17.00 น. ซึ่งช่วงเตรียมงานแต่ง เจ้าสาวมีความกังวลในการใส่รองเท้าส้นสูงที่ไม่ถนัด ประกอบกับชุดแต่งงานมีความยาวทำให้เหยียบชายกระโปรงบ่อย โดยเฉพาะตอนขึ้นลงบันได ทางพี่บีทราบจึงได้ทำบันไดที่มีความกว้างและมั่นคงมาให้เป็นพิเศษ ทำให้เดินง่ายขึ้น ประทับใจในการใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ ของเขามากครับ



แขกเริ่มทยอยกันมาในเวลา 18.00 น. พวกเราจัดมุมถ่ายรูปหลัก ๆ ไว้ 2 จุดคือ โฟโต้บูธและแบ็คดรอป แขกสามารถกระจายกันไปถ่ายรูปได้ ไม่แออัด ก็รับฟีดแบคกลับมาว่าบริหารจัดการได้ดีมาก รอคิวถ่ายรูปกับบ่าวสาวไม่นานเลยครับ



เวลาประมาณ 19.00 น. พวกเราเดินเปิดตัวเข้ามายังห้องบอลรูม พร้อมกับเพลง Can't Help Falling in Love ของ Elvis Presley ประกอบกับควันดรายไอซ์ตลอดทางเดิน ซึ่งในโมเมนต์นั้นทำให้พวกเราได้เห็นสายตาแห่งความยินดีจากทุกคนแบบใกล้ชิด รู้สึกว่าเป็นโมเมนต์ที่อบอุ่นและมีความสุขที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตครับ


เมื่อขึ้นไปบนเวที พิธีกรแนะนำบ่าวเล็กน้อย พวกเราตั้งใจตัดช่วงถาม-ตอบออกไป แต่ใช้วิธีเล่าสตอรี่ต่าง ๆ เสริมเข้าไปในช่วงที่กล่าวขอบคุณแทน และเลือกประธานขึ้นมากล่าวอวยพรเพียง 2 ท่าน เป็นพิธีการที่สั้นกระชับอีกเช่นเคยครับ (หัวเราะ)



หลังจากนั้นพวกเราก็รินแชมเปญ แล้วเดินไปตัดเค้กและมอบเค้กให้กับแขกผู้ใหญ่ ในบรรยากาศที่ดูสบาย ๆ แบบเป็นกันเอง ไปจนถึงช่วงโยนช่อดอกไม้เจ้าสาว เพื่อน ๆ ของเจ้าสาวออกมาให้ความร่วมมือกันเต็มที่ ทำให้งานดูสนุกยิ่งขึ้น ประมาณ 21.00 น. ก็เป็นอันจบงานเลี้ยงฉลองครับ




After Party แบบฟรีสไตล์
ชุด After Party ของพวกเราสองคนเป็นแบบสบาย ๆ เพราะอยากให้คล่องตัวที่สุด และอยากให้ทุกคนรู้สึกเหมือนมางานปาร์ตี้มากกว่างานแต่ง พวกเราเดินเต้นเปิดตัวกันเข้ามาที่บริเวณหน้าเวที แล้วก็ต้องเซอร์ไพรส์เมื่อเห็นแก้วช็อตถูกจัดเรียงเป็นอักษรย่อชื่อของพวกเรา 'FA' ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่รู้มาก่อนเลยครับ



จากนั้นก็ร่วมกันเทเหล้าลงแก้วช็อต แจกจ่ายให้กับเพื่อน ๆ ปล่อยให้ทุกคนสนุกกับวงดนตรีสดกันแบบฟรีสไตล์ยาว ๆ จนถึงเวลา 23:00 น. จบปาร์ตี้อย่างแฮปปี้ ใช้เวลาไม่นานมากให้บ่าวสาวยังสามารถส่งแขกไหว ไม่เมาครับ (หัวเราะ)


บ่าวสาวและแขกประทับใจกันถ้วนหน้า
แม้ว่าช่วงเตรียมงานแต่ง พวกเราวางแพลนเลือกที่จะหาสถานที่และ Vendor ด้วยตัวเอง แต่ในวันงานต้องขอชื่นชมทีม Cheers Couple จริง ๆ ครับ มีความเป็นมืออาชีพมาก บริหารเวลาดี สามารถจัดงานแต่งในพิธีกระชับได้ในแบบที่พวกเราต้องการ และยังสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อีกด้วย
ยกตัวอย่างตอนที่รองเท้าของเจ้าสาวไปเกี่ยวชายกระโปรงแล้วชุดมีปัญหา ทางทีมก็ส่งคนมาสอยกระโปรงจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาดูแลไปถึงพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่และแขกที่มาร่วมงาน จนได้รับคำชมกลับมาเพียบเลยครับ

แนะนำบ่าวสาว
ถ้าไม่อยากเหนื่อยควรหาออแกไนซ์เซอร์มืออาชีพมาช่วย : ในวันงานถือว่าทีมออแกไนซ์มีความสำคัญมาก เพราะบ่าวสาวไม่สามารถรันคิวเองได้แน่นอน ดังนั้น ควรเลือกทีมที่เราสามารถไว้วางใจได้ มีทักษะในการสื่อสาร เข้าใจในสิ่งที่เราต้องการได้อย่างดี
เผื่อเวลาในการหาชุดเจ้าสาว : การเจอชุดที่ใช่ต้องใช้เวลา แนะนำให้ไปลองชุดแต่งงานหลาย ๆ แบบ อย่าดูแค่รูป เพื่อที่จะมีเรฟที่ชัดเจนไปบอกดีไซน์เนอร์ และได้รู้ว่าดีไซน์ไหนเหมาะกับเรา ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจที่สุด
Photographer : Vinz Candid