






SO/ BANGKOK สถานที่แต่งงานวิวหลักล้าน ตกแต่งมีสไตล์ แถมเดินทางสะดวก
ก่อนแต่งงานเราสองคนมีภาพในฝันคล้ายกันมาก ก๊อกแก๊กโตมากับภูเขาสีเขียว ส่วนปิ่นชื่นชอบวิวเมือง เลยมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานที่เห็นวิว 2 อย่างนี้ในเวลาเดียวกัน เราเคยมีโอกาสไปพักที่ SO/ BANGKOK (โซ แบงคอก) และได้เห็นว่าโลเคชั่นของที่นี่อยู่ติดกับสวนลุมพินี มองเห็นทั้งผืนป่าและอาคารสูง เลยตอบโจทย์เราสองคนมาก ๆ ค่ะ
วันที่เราพาครอบครัวมาดู ท่านชอบที่นี่กันมาก เพราะเดินทางสะดวก เหมาะกับงานที่มีแขกผู้ใหญ่เยอะ ที่สำคัญคือเราชอบการดีไซน์ของโรงแรมทุกมุมเลย ดูเรียบ เท่ และมีสไตล์ ตอบโจทย์และเป็นตัวเรามาก ๆ ทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยากเลยค่ะ


จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมด้วยหัวใจที่เป็นสุข
เราทำเพจท่องเที่ยว&ไลฟ์สไตล์แบบคู่รัก LGBTQ+ ด้วยค่ะ ชื่อเพจ ‘กุลิว่าดีย์’ แต่ละสิ่งที่เราเลือกจึงมีสไตล์ที่ชัดเจน และในวันที่ความรักของทุกเพศถูกกฏหมายยอมรับ เราเลยไปใช้สิทธิ์ด้วยหัวใจที่เป็นสุข และอยากให้คนสำคัญมาเป็นสักขีพยานและเฉลิมฉลองร่วมกันค่ะ



เราไม่มีการดูฤกษ์ยามอะไรเลย แต่มีเรื่องราวน่ารัก ๆ คือเราเป็นแฟนกันในวันที่ 9 เดือน 9 ปี 66 แล้ววันเดียวกันในปี 67 ก็คุกเข่าขอแต่งงานกันที่เกาะสมุย เลยแพลนว่าจะจัดงานแต่งในวันที่ 9 เดือน 9 ปี 68 เหมือนเป็นการเลื่อนสถานะในวันนี้ของทุกปีค่ะ
ช่วงเช้าเราจะไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตบางรัก ตอน 9.09 น. ซึ่งตอนนั้นแขกจะเริ่มทยอยมากันแล้ว หลังเราเดินทางกลับมาที่โรงแรม เพื่อน ๆ จะมายืนต้อนรับอยู่ที่ Lobby พอเราลงจากรถก็ได้ยินเสียงเฮและปรบมืออย่างภาคภูมิใจดังมากเลยค่ะ เสร็จแล้วทุกคนจะพากันขึ้นไปที่ห้องจัดงานต่อ




ความพิเศษอีกอย่างคือ เรามีชุดแต่งงานถึง 3 ชุดเลยค่ะ ตั้งใจอยากสื่อความเป็นตัวเองให้มากที่สุด อย่างชุดตอนจดทะเบียน ปิ่นเลือกเป็นเดรสสั้นน่ารัก ๆ ขี้เล่น ก๊อกแก๊กใส่สูทสีน้ำตาล ทับคอร์เซ็ตซ่อนความเซ็กซี่ ส่วนชุดที่โรงแรมจะมี 2 ชุด ช่วงพิธีการปิ่นจะใส่เดรสยาวมินิมอล เรียบหรูปนเซ็กซี่ และชุดถ่ายภาพรอบโรงแรมเป็นหางปลายาวให้ดูมีลูกเล่น ถ่ายกับบันไดแล้วดูอลังการ ส่วนก๊อกแก๊กเป็นสูทสีขาวทั้ง 2 ช่วงค่ะ




พิธีฉลองเรียบง่ายแต่อบอุ่น เพราะรายล้อมด้วยคนพิเศษ
เราให้คุณค่ากับสิ่งที่คิดว่าสำคัญ และมีความเป็นเรามากที่สุด เลยเลือกจัดงานแต่งแบบ Exclusive มีเฉพาะคนที่พิเศษจริง ๆ ประมาณ 25-30 คน ที่ห้อง The Box ชั้น 9 ค่ะ ตอนได้เห็นครั้งแรกรู้สึกว่าดูเท่ มีสไตล์ และขนาดตอบโจทย์มาก แถมยังเป็นห้องกระจกแบบ Corner ที่มี Background เป็นสวนลุมพินีสีเขียวตัดกับวิวเมืองสวยมาก ๆ จึงทำให้ไม่ได้ตกแต่งอะไรเยอะ เพราะอยากให้แขกดื่มด่ำกับบรรยากาศเต็มที่ค่ะ

เราโฟกัสกับการตกแต่งเฉพาะจุดหลัก ๆ อย่างเช่นเวที มุมถ่ายรูป โต๊ะอาหาร โดยเน้นให้กลมกลืนกับห้องและถ่ายรูปสวย ส่วนธีมสีตกแต่งและ Dress Code เลือกเป็นสีส้มอิฐ เพราะเราสองคนเกิดวันพฤหัสเหมือนกัน เลือกประดับด้วยดอกไม้จริงและของ Handmade ที่ตั้งใจทำมามาก ๆ ทุกชิ้น ดูเรียบง่ายแต่โก้ค่ะ



พิธีการก็เรียบง่าย เริ่มต้นจากเราเปิดตัวเดินเข้าไปในงาน ไหว้คุณแม่ทั้งสองฝ่าย และท่านจะผูกข้อไม้ข้อมือให้เพื่อเป็นการรับขวัญ จากนั้นจะแลกแหวนและให้คำมั่นสัญญาต่อกัน เสร็จแล้วจะเป็นการรินแชมเปญเพื่อเฉลิมฉลองค่ะ




เราอยากให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมกับงานเรา แต่ละคนเลยมีบทบาทของตัวเอง เช่น บางคนได้โปรยดอกไม้ต้อนรับ หรือบางคนชอบพูด อยากกล่าวคำอวยพรเรา ก็จะมีเพื่อน ๆ มาพูดกันฝั่งละ 5-6 คนเลยค่ะ ปิดท้ายด้วยการโยนช่อดอกไม้ ที่ปิ่นตั้งใจเลือกสีและชนิดเองเลย เพราะอยากโยนให้กับคนที่เรารัก ได้มีความรักที่ดีเช่นกัน
เราเสิร์ฟคอฟฟี่เบรกเป็นชา กาแฟ และคุกกี้ สำหรับใครที่ช่วงเช้ายังไม่ได้ทานข้าวมา ก็รองท้องก่อนได้ หลังจบพิธีแล้วก็ถ่ายรูปเล่นกันต่ออีกนิดหน่อยก่อนส่งแขกกลับบ้านค่ะ



ประทับใจงานสวยตรงใจ จนเกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
งานนี้อบอุ่นมาก ๆ เราเลือกไม่ผิดเลยที่ตั้งใจจัดงานแต่ง Exclusive แบบนี้ รู้สึกประทับใจสุด ๆ โดยเฉพาะตอนที่เห็นสายตาทุกคู่ตรงหน้า มองเราด้วยความรักและความยินดี


เราประทับใจทีมงาน SO/ BANGKOK ที่เข้าใจโจทย์ของเราเป็นอย่างดี งานเลยออกมาเพอร์เฟ็กต์มาก ๆ พอคุยกันว่าความต้องการเป็นแบบไหน เขาก็จัดการให้ได้ทั้งหมด ตอนเช้าวันจริงได้เห็นงานที่ตกแต่งเสร็จแล้ว ออกมาสวยตรงใจ เราดีใจเกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เลยค่ะ อีกอย่างคือประทับใจกับการบริการที่เต็มที่เพื่อคู่เรามาก ๆ ค่ะ

แนะนำบ่าวสาว
จัดงานเป็นตัวเอง ไม่ต้องทำตามใคร : ไม่จำเป็นต้องจัดงานยิ่งใหญ่อลังการ หรือทำตามที่คนอื่นคาดหวัง แค่เลือกในสิ่งที่เราต้องการ และมีความสุขเท่านั้นก็พอแล้ว
อย่ากดดันตัวเอง : อย่าคิดว่าทุกอย่างจะต้องออกมาสมบูรณ์แบบ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือความสุขและความทรงจำของเราในวันนั้น
Photographer : VINZ Candid, MILADA Photography






