






Chatrium Grand Bangkok สถานที่จัดงานแต่งใหม่ ระดับ 5 ดาว ใจกลางเมือง
แจมกับแบงค์ (เจ้าบ่าว) คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากจัดงานแต่งที่โรงแรม เพราะเรามีแขกผู้ใหญ่เยอะ อยากให้ทุกคนเดินทางสะดวก อยู่ในห้องเย็นสบาย เลยมองหาโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ต้องดูหรู ใหม่ และทันสมัย โดยพยายามลองคิดว่าถ้าเราเป็นแขกที่มางานจะรู้สึกยังไง เพราะเชื่อว่า First Impression ตั้งแต่ก้าวแรก มีผลกับความประทับใจของแขกจริง ๆ ค่ะ
พอได้เจอ Chatrium Grand Bangkok (ชาเทรียมแกรนด์ กรุงเทพ) ความรู้สึกแรกคือโรงแรมใหม่มาก กลิ่นหอม ไม่เหม็นอับเลย บรรยากาศมีหลายโซนทั้งเอาท์ดอร์และอินดอร์ ห้องต่าง ๆ ค่อนข้างอเนกประสงค์ โดยเฉพาะห้องบอลรูมที่เราชอบไฟแชนเดอเลียร์มาก คิดภาพตอนถ่ายรูปว่าต้องออกมาสวยแกลมแน่นอน มีจอ LED ทำเลและการเดินทางก็สะดวก จะมาทางถนนเพชรบุรี หรือนั่ง BTS มาก็ได้ มีรถรับ-ส่ง ที่จอดรถเยอะ ที่สำคัญคือเซลล์ดูแลเราดีมาก คอยใส่ใจตั้งแต่วันแรก ทำให้รู้สึกสบายใจและตัดสินใจเลือกที่นี่ค่ะ




เราจัดงานในช่วงพฤศจิกายน คาดว่าอากาศน่าจะเย็นและไม่มีฝน แต่ช่วงสัปดาห์ก่อนวันงานกลับมีฝนตกลงมา ทำให้เราได้รู้ข้อดีอีกอย่างของที่นี่ คือมีแผนสำรองรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี ถ้าฝนตกก็สามารถย้ายเข้าด้านใน โดยจัดให้สวยได้เหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้วในวันจริงฝนหยุด เราเลยได้ใช้แผนแรกตามที่ตั้งใจไว้ค่ะ



พิธีหมั้นไทยบรรยากาศดี พร้อมด้วยขันหมากเรียกรอยยิ้ม
งานหมั้นของเราเลือกใช้ธีมสีที่เจ้าสาวชอบและรู้สึกว่าน่ารักอบอุ่นอย่างสีชมพู ร่วมกับสีขาวในการตกแต่ง ทั้งบริเวณจุดรับตัวเจ้าสาวและบนเวที โดยได้ทีมตกแต่งของโรงแรมจัดการดูแลให้ทั้งหมด นอกจากนี้เรายังช่วยกันออกแบบโลโก้ของงานเองด้วย ได้มาเป็นโลโก้ตัว S กับ P ที่เชื่อมกันเป็นรูปหัวใจค่ะ
พิธีหมั้นจะเริ่มแห่ขันหมากตอน 7 โมง เจ้าบ่าวจะตั้งขบวนจากบริเวณหน้าโรงแรม ส่วนเจ้าสาวที่เดิมต้องรอที่ห้อง Boontarik ชั้น 7 จะไปรอที่ Grand Ballroom ชั้น 2 ก่อน และเปิดม่านให้ขบวนขันหมากเห็นว่าเจ้าสาวรออยู่ เรารู้สึกว่าภาพที่ได้มีความสวยยูนีค เพราะเป็นมุมที่สามารถมองเห็นห้างทั้งสองฝั่ง เราเป็นคนชอบเดินห้างอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าเป็นกิมมิคน่ารัก ๆ เหมือนรับตัวเจ้าสาวท่ามกลางบรรยากาศใจกลางเมืองค่ะ






ขบวนขันหมากจะค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นไปตรงทางเชื่อมห้อง Boontarik ที่เป็นโถงสามารถใช้กั้นประตูเงินประตูทองได้ ช่วงนี้เจ้าบ่าวจะชอบเป็นพิเศษ เพราะเห็นถึงความตั้งใจของญาติและเพื่อน ๆ ที่มีเกม มีเซอร์ไพรส์มาให้ สร้างเสียงหัวเราะกันถ้วนหน้า
ซึ่งเจ้าบ่าวได้ขอเพิ่มไมค์ลอยกับลำโพงเล็ก ๆ จากทางโรงแรม เพื่อให้เจ้าสาวกับแขกที่รอในห้องได้ยินบรรยากาศด้านนอกด้วย ทำให้งานเชื่อมต่อกันทั้งหมด จากนั้นก็ไปรับตัวเจ้าสาวบริเวณสนามหญ้าข้างสระว่ายน้ำ บรรยากาศดี สวยมากต่ะ






หลังจากรับตัวเจ้าสาวเข้ามาที่ห้องจัดงานหมั้นแล้ว จะเริ่มพิธีสู่ขอ สวมแหวนหมั้น รดน้ำสังข์ และรับไหว้ค่ะ หลังพิธีหมั้นจะมีพิธีส่งตัวแบบไทย ๆ จัดในห้องพักของโรงแรม โดยคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่ายจะโปรยดอกกุหลาบบนเตียงและให้โอวาท เป็นอันจบพิธีช่วงเช้าแบบเรียบง่ายค่ะ
เราเลือกจัดงานหมั้นเช้าฉลองเย็น เพราะอยากให้ทุกคนได้พัก มีเวลาถ่ายรูปร่วมกัน และได้ทานข้าว เราจึงจัดซุ้มอาหารของทางโรงแรม ทั้งกระเพาะปลา ข้าวหมูแดงหมูกรอบ และ Coffee Break เสิร์ฟ ซึ่งแขกชมว่าอร่อยและหมดเร็วมากค่ะ





ตกแต่งงานเลี้ยงธีมสีสดใส และใส่ใจทุกดีเทล
ช่วงงานเลี้ยงฉลองเราเลือกใช้เป็นสี Colorful Pastel เพื่อความน่ารักสดใส และอยากให้แขกที่มางานได้รับความสุขกลับไป โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการแต่งตัวเลย ทุกคนสามารถใส่เสื้อผ้าสีอะไรก็ได้ ที่รู้สึกมั่นใจค่ะ
บริเวณโถงด้านหน้า เราเลือกทำเป็นอุโมงค์ดอกไม้ ที่เมื่อแขกเปิดลิฟต์มา มุมสายตาจะเจอบ่าวสาวยืนรออยู่พอดี ไม่ต้องไปไหนไกล เป็นความอบอุ่นที่เราตั้งใจอยากให้เขารู้สึกค่ะ โดยข้างในอุโมงค์ จะมีแกลเลอรีบ่าวสาวเล็ก ๆ ตกแต่งอยู่ด้วย


เมื่อทะลุไปก็จะเจอกับ Backdrop ดีไซน์เป็นฉากสีขาว ตกแต่งด้วยดอกไม้โทนสีคัลเลอร์ฟูลพาสเทล ร่วมกับผ้าที่ช่วยทำให้ดูมีมิติ พลิ้วไหวมากขึ้นค่ะ เราสังเกตว่าถ้าดอกไม้ทั้งหมดอยู่ที่พื้น เมื่อถ่ายรูปตัวเราก็จะยืนบังความสวยของดอกไม้หมด เลยเลือกจัดให้อยู่ข้างบน และข้างล่างใช้เป็นแค่พุ่มเล็ก ๆ พอค่ะ



เนื่องจากมีรูปพรีเวดดิ้งค่อนข้างเยอะ ทั้งที่ถ่ายในกรุงเทพและที่ Chatrium Golf Resort Soi Dao Chanthaburi ที่คุณโรส เซลล์ของโรงแรมแนะนำให้ ทำให้ได้รูปหลายมู้ด เราจึงมีโต๊ะแกลเลอรีเล็ก ๆ หน้างานด้วยค่ะ
นอกจากนี้ ยังมีทั้งโฟโต้บูธให้แขกถ่ายรูปเล่น มีซุ้มอาหารที่กระจายอยู่ รวมถึง Live Painting ที่เป็นของขวัญเซอร์ไพรส์จากน้องสาวและน้องชายของเจ้าบ่าวด้วยค่ะ


ภายในห้องบอลรูมเราไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก เพราะตัวห้องมีความสวยเรียบหรูอยู่แล้ว เลยเลือกประดับแค่ดอกไม้ตรงใต้ฐานจอ LED และเปิดภาพโมชันกราฟิกให้เข้ากับ Mood & Tone บรรยากาศของพิธีการช่วงต่าง ๆ ซึ่งจอ LED ของที่นี่ใหม่ เล่นแล้วภาพไม่กระตุกหรือแตกเลยค่ะ
ส่วนของชำร่วยเป็นเหรียญที่ระลึก 75 พรรษา พระพันปีหลวง โดยมีสตอรี่น่ารัก ๆ คือคุณพ่อคุณแม่ของแจมเตรียมไว้ให้สำหรับงานแต่งของลูก ตั้งแต่เรายังเด็ก ๆ ค่ะ ซึ่งบังเอิญงานของเราจัดหลังจากที่พระพันปีสวรรคตได้ไม่นานพอดี เลยยิ่งทำให้รู้สึกว่าเป็นของที่มีคุณค่ามากค่ะ


งานฉลองบรรยากาศ Cozy แถมมีโชว์เซอร์ไพรส์จากเจ้าบ่าว
พิธีการงานฉลองของเราเริ่มประมาณ 6 โมงเย็น เมื่อแขกมาถึงก็จะไปนั่งรอในห้องจัดงาน โดยมีวงดนตรี Full band ที่มีทั้งเครื่องสาย แซกโซโฟน เปียโน และนักร้องถึง 3 คน คอยบรรเลงเพลงสากลคลอไป พร้อมกับเปิดวิดีโอภาพพรีเวดดิ้งที่เราทำกันเองด้วย ทำให้บรรยากาศในงานดู Cozy มากค่ะ
เมื่อถึงกำหนดการ พิธีกรจะแนะนำตัวบ่าวสาวก่อน โดยเจ้าบ่าวจะไปยืนรอบนเวที ส่วนแจมจะเดินเข้างานพร้อมกับคุณพ่อ ผ่านเพื่อน ๆ ที่โปรยกลีบดอกกุหลาบให้ เมื่อขึ้นไปบนเวที เราก็แนะนำตัวอีกรอบ และฉายวิดีโอบรรยากาศงานหมั้นในช่วงเช้า เพื่อให้แขกอินไปกับบรรยากาศของงานเราค่ะ



งานของเราได้รับเกียรติจากท่าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นมากล่าวโอวาทและอวยพรให้ ในฐานะที่พวกเราเป็นหมอกันทั้งสองคนค่ะ ต่อด้วยคุณพ่อและตัวแทนเพื่อนบ่าวสาว ฝั่งละ 1 คนมาอวยพร



จากนั้นจะเป็นช่วงสัมภาษณ์บ่าวสาว และกล่าวความในใจต่อกัน ในช่วงนี้เจ้าบ่าวเขาแอบเตรียมเซอร์ไพรส์เอาไว้ให้ด้วย โดยจะร้องเพลง คู่ชีวิต ของวง Cocktail ร่วมกับวงดนตรี พร้อมเปิด MV ที่มีเรื่องราวตั้งแต่แรกคบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเรียกหัวเราะปนซึ้งได้ดีเลยค่ะ
หลังจากนั้นก็เป็นช่วงตัดเค้ก แล้วนำไปมอบให้ท่านประธานในพิธี ให้คุณพ่อคุณแม่ ต่อด้วยรินแชมเปญ และโยนช่อดอกไม้ค่ะ





เราให้ความสำคัญกับแขกที่มางาน นอกจากอยากให้มีความสุขไปกับพวกเราแล้ว เขาต้องอิ่มอร่อยด้วย เราจึงจัดเลี้ยงแบบค็อกเทล และเพิ่มซุ้มอาหารเข้ามาอีก 5 ซุ้ม ซึ่งก็มั่นใจตั้งแต่ตอนไป Food Tasting แล้วว่าอาหารอร่อย สบายใจได้
พอได้ฟีดแบ็กจากแขกว่า อาหารอร่อยทั้งคาวและหวาน โดยเฉพาะเมนูขึ้นชื่อของโรงแรมอย่างข้าวหมูแดงหมูกรอบ สเต๊กหมูพอร์คชอป และพานาคอตต้า ก็ยิ่งแฮปปี้ค่ะ แขกชมว่าเป็นค็อกเทลที่อิ่มมาก แม้วันงานจะมีแขกมาเกินกว่าที่เราคาดไว้ แต่ครัวก็จัดอาหารออกมาให้ไม่ขาดเลยค่ะ


ส่วนเรื่องเครื่องดื่มเราก็เต็มที่เช่นกัน เจ้าบ่าวชิมและคัดสรรทั้งไวน์ วิสกี้ และเหล้าบ๊วย จัดทำเป็น Wine list กับ Drink list พร้อมคะแนนเรตติ้งไว้ให้ที่เคาน์เตอร์บาร์ด้วย เพื่อให้แขกสามารถมาเลือกและลองกันได้ ซึ่งเป็นจุดที่แขกชอบกันมาก จนพูดถึงกันอยู่ถึงทุกวันนี้เลยค่ะ


หลังจบพิธีการ เราไปเปลี่ยนชุดกลับมาต่อกันช่วง After Party เปิดตัวเข้ามาพร้อมกับวงดนตรี แล้วไปรินแชมเปญเพื่อเปิดงานค่ะ ขอบอกว่าแขกไม่มีใครตายไมค์เลย ทุกคนออกมาร้อง เต้น เล่นเกมกันเต็มที่ โดยมีโมชั่นกราฟิกที่เจ้าบ่าวทำเอง ไฟแชนเดอร์เลียที่เปลี่ยนสีได้สวยมาก และเครื่องดื่มที่เราเตรียมไว้ ทำให้ได้บรรยากาศสนุกสุด ๆ เราคิดถูกมากที่จัดปาร์ตี้ เพราะเป็นช่วงที่เราได้พูดคุยและเอ็นจอยกับทุกคนที่สุดค่ะ


งานเกินกว่าที่จินตนาการไว้ เพราะได้ความรักและใส่ใจจากทุกคน
เราประทับใจทุกอย่างในงาน ต้องขอบคุณทีมโรงแรมและเวนเดอร์ทุกเจ้า ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น บรรยากาศอบอุ่นเกินกว่าที่เราจินตนาการไว้อีกค่ะ รู้สึกดีใจและอยากขอบคุณผู้ใหญ่และเพื่อน ๆ ทุกคน ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งทำให้งานอบอวลไปด้วยความรัก ขอบคุณกันและกันที่ผ่านการเตรียมงานมาด้วยความเข้าใจและให้เกียรติกัน ตอนนี้กลับมานั่งย้อนดูรูปอีกครั้ง ก็ยังยิ้มได้กับความทรงจำในวันนั้นค่ะ


อีกหนึ่งความประทับใจของเราคือโรงแรม โดยเฉพาะคุณโรส เซลล์ที่ดูแลเราตั้งแต่วันแรก คอยให้คำแนะนำ ประสานงานกับเวนเดอร์ คอยย้ำเสมอว่าวันงานให้เรายิ้มเยอะ ๆ มีความสุขที่สุด และไม่ต้องเครียด เพราะเรื่องหลังบ้านเขาจะจัดการให้หมด ส่วนพนักงานทุกคนก็ต้อนรับอย่างดี พร้อมยิ้มแย้มแจ่มใส ความใส่ใจและการบริการทำให้เรามั่นใจว่าเลือกไม่ผิด และอยากแนะนำที่นี่ให้กับคู่บ่าวสาวคนอื่นต่อจริง ๆ ค่ะ


แนะนำบ่าวสาว
รีบจองทีมงานที่ชอบ : ถ้าได้วันแล้วควรรีบจองโรงแรม และร้านค้าอื่น ๆ โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เป็นฤดูแต่งงาน ยิ่งต้องรีบจอง เพื่อให้เราได้ทีมที่ตรงใจมากที่สุด โดยไม่ต้องมาเสียดายภายหลัง
จ้างออร์แกไนเซอร์หรือทีมรันคิว : เพราะจะทำให้เราเอ็นจอยไปกับงานได้เต็มที่ โดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องพิธีการต่าง ๆ เรามีหน้าที่แค่ยิ้มและมีความสุขไปกับโมเมนต์ตรงหน้า
พูดคุยและจับมือกันให้แน่น : คุยกันเยอะ ๆ เรื่องเล็กน้อยอย่าเก็บมาใส่ใจ ให้ยึดมั่นว่าเราทั้งคู่ต่างก็อยากให้งานออกมาดี ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็จับมือกันแก้ บางอย่างอาจไม่ถูกใจเรา แต่ขอให้ยิ้มรับและทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดในวันงานค่ะ
แบ่งหน้าที่ตามความถนัด : เจ้าบ่าวชอบปาร์ตี้ก็ดูเรื่องแสงสีเสียง ส่วนเจ้าสาวก็ดูแลรายละเอียดเรื่องการตกแต่ง วิธีนี้ช่วยให้งานเดินง่ายขึ้นและทุกคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด
เลือกในแบบที่เป็นเรา : อย่าฟังเสียงคนอื่นมากเกินไป จนเก็บมาคิดเยอะหรือกังวล ให้เลือกสิ่งที่เราชอบ มั่นใจ และเป็นตัวของตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้วนี่คืองานของเรา และจะเป็นภาพความทรงจำดี ๆ ที่อยู่กับเราไปตลอดค่ะ
Photographer : 18Percent Grey






