

Ahyat Abaloneสถานที่แต่งงานถูกใจ ตอบโจทย์งานวัยรุ่น
งานคู่ผมเราเลือกจัดที่ Ahyat Abalone Convention Hall (อายัท อบาโลน คอนเวนชั่น ฮอลล์) ครับ เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่จุแขกได้พันคน ตอบโจทย์เราที่อยากได้งานแบบวัยรุ่น โคมไฟก็ดูโมเดิร์นเป็นริ้วๆ ไม่ใช่ทรงกลมปกติ แถมเขาเพิ่งรีโนเวทใหม่ ทุกอย่างจึงดูดีและสะอาด
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เลือกที่นี่คือแขกเราเป็นผู้ใหญ่ค่อนข้างเยอะ หากจัดค็อกเทลจะไม่สะดวก เพราะต้องยืนและต้องเดิน ในทางกลับกันโต๊ะจีนของที่นี่ก็ขึ้นชื่อว่าอร่อย เลยตัดสินใจเลือกได้ไม่ยาก ตรงใจเราที่ให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารด้วยจริงๆ



การตกแต่งภายในงานจะถูกยกให้เป็นหน้าที่เจ้าบ่าว เพราะทำงานเป็นเจ้าของ Production House อยู่แล้ว พวกดีไซน์ ไอเดียต่างๆ จึงดูแลให้ได้ ส่วนการออกแบบการ์ด แบ็คดรอป พิธีการ บัญชี องค์ประกอบยิบย่อยต่างๆ เจ้าสาวจะช่วยจัดการ งานนี้เราไม่มีแพลนเนอร์ ทำเองกันหมดเลย


พบกันครึ่งทาง ระหว่างงานเด็กกับผู้ใหญ่
ความท้าทายของงานนี้คือเราอยากได้งานวัยรุ่น แต่แขกเราเป็นแขกผู้ใหญ่ จึงต้องคุยกับพ่อแม่ก่อนว่าโอเคไหม ถ้างานเราไม่ใช่งานดอกไม้ ขนมาครั้งเดียวก็ทิ้ง แถมไม่ได้ความแตกต่าง กับงานอื่นเขาอาจจะลงเอยด้วยการต้องจัดแยกเด็กแยกผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่ของเรา open อยากลองด้วยว่าโต๊ะจีนกับงานปาร์ตี้มันจะเป็นไปได้เหรอ จะออกมายังไง ก็เลยเปิดกว้างให้เต็มที่เลย (หัวเราะ)




ความคาดหวังแรกของที่คนมางานคือคิดว่าจะต้องเป็นงานจีนๆ โบราณแน่ๆ แต่สิ่งที่เราดีไซน์คืออยากให้แขกเซอร์ไพรส์ตั้งแต่ออกมาจากลิฟท์ เริ่มต้นจากการเห็นกล่องไฟโลโก้ Decoration ก่อน บริเวณนั้นจะมีการยิงแสงสี เลเซอร์ ดรายไอซ์ ถัดมาเป็นซุ้มไลท์ติ้ง มีโครงเหล็กไขว้กัน ฝังไฟ LED แล้วแขวนจอกราฟิกไว้ 6 ตัว ตรงส่วนนี้เราเอาภาพพรีเวดดิ้งมาทำให้สะดุดตา ด้วยการนำมาทำให้เป็นแบบขยับได้ จากตอนแรกที่ลองทำเป็น Cinemagraph ก็เปลี่ยนมาเป็น Motion Graphic มีหลากหลายทั้งธีมอะเมซอน ธีมบอลลูน ถือเป็นอีกลูกเล่นที่ได้รับความสนใจจากแขก ส่วนแบ็คดรอปก็ทำให้ล้อไปกับการ์ด แต่งด้วยเส้นๆ ให้ดูเหมือนเป็นแสงเลเซอร์ครับ


บรรยากาศโดนใจ สไตล์ปาร์ตี้ที่แท้จริง
หัวใจสำคัญของงานคือบรรยากาศ เราจึงใช้ไฟจำนวนมากย้อมแสงทั้งงานให้เป็นสีน้ำเงินหมด ตรงกับธีม Millennium Blue & Rose Gold ที่ตั้งไว้ ได้ฟีลเหมือนอยู่ในผับ แล้วใช้เพลง Upbeats, Techno House ให้ความรู้สึกสนุก คึกคักขึ้นมาอีก
ภายในห้องของที่นี่จะมีจอ 6 เมตรสองข้าง ซึ่งเราใช้แทนแบ็คกราวน์บนเวที และใส่คอมพิวเตอร์กราฟิกเข้าไปเล่น มีหลายแพทเทิร์น ทั้งโลโก้บ่าวสาวคล้ายแบ็คดรอป หรือกราฟิกวนลูปไปมา วิธีนี้ช่วยให้เราเหมือนได้เปลี่ยนบรรยากาศบนเวทีไปเรื่อยๆ ไม่ต้องถูกฟิกซ์ด้วยการตกแต่งที่ตายตัวครับ






ใส่ลูกเล่นไม่ยั้ง ตั้งแต่ช่วงพิธีการ
พิธีการของเราเริ่มจากการเปิดวิดีโอบรรยากาศงานหมั้นเช้าที่จัดขึ้นอีกที่ แล้วใช้เพลง EDM เปิดตัวบ่าวสาวครับ (ชมวิดีโอได้ที่นี่) มีกราฟิกเราทั้งคู่ใส่แว่นตาดำฉายอยู่ด้านหลัง ส่วนตัวจริงก็เดินโดยมีเพื่อนๆ ยิงเปเปอร์ชู้ทให้
ถัดจากนั้นจะเป็นการขึ้นเวที มีประธานขึ้นมากล่าว ทั้งญาติฝั่งเจ้าบ่าว และเจ้านายในที่ทำงานของเจ้าสาว จบจากตรงนั้นก็จะมีการเล่าถึงความประทับใจของเรา แต่เปลี่ยนจากเล่าธรรมดาเป็น Amination ชื่อ Papoo & Mamoo มีพื้นที่ให้ฝั่งละ 3 เรื่อง เป็นแก๊กตลกๆ คาแรกเตอร์ตามตัวจริง อย่างของเจ้าสาวจะมุ้งมิ้งคาดโบว์ เจ้าบ่าวก็ใส่แว่นหน้าดุๆ นิดนึง แล้วเราก็จะอธิบายประกอบวิดีโอที่ฉายไป เรียกเสียงหัวเราะจากแขกในงานได้ดีเลย




เสร็จจากช่วงนั้นจะเป็นการตัดเค้ก ซึ่งเราไม่ได้ใช้เค้กจริง แต่ทำเป็นกล่องอะคริลิกขึ้นมา เวลาเดินมายังมุมนี้ก็จะปิดไฟ แล้วเปลี่ยนกราฟฟิกด้านหลังให้เป็นรูปเพชร จังหวะที่เอาดาบสตาร์วอร์ลงไปแตะเค้ก ไฟที่ฝังอยู่ก็จะพุ่งขึ้นมา เป็นเลเซอร์สว่างวาบขึ้นมากลางห้องเลยครับ
สำหรับเค้กจริงเราใช้ของ Starbucks เพื่อความอร่อย แล้วช่วงที่เรามอบเค้ก พิธีกรก็จะเล่นเกมส์กับแขก ให้ร่วมส่ง sms ตอบคำถาม แล้วบ่าวสาวก็จะขึ้นมามอบของรางวัลบนเวทีให้แก่คนที่ตอบเป็นลำดับที่ 21 ซึ่งตรงกับวันที่แต่งงานของเรา เป็นตุ๊กตา Chip ‘n’ Dale ไซส์ 20 นิ้ว คอลเล็กชั่นโปรดของเราเลย





สนุกจนหยดสุดท้าย ไปจนถึงช่วง After
ตอนโยนดอกไม้เราก็มีโจทย์ เพราะกลัวว่าเพื่อนจะกร่อย เลยมีวอยเชอร์โรงแรมที่เขาใหญ่ 2 คืน มอบให้สำหรับคนที่รับได้ งานนี้เพศไหนวัยไหนก็ออกมารับได้หมด ถึงขนาดว่าคนแต่งงานแล้วก็เชียร์ให้สามีออกมา บอกไปรับให้ลูกด้วย ซึ่งสรุปคนที่ได้ก็เป็นคุณพ่อลูกหนึ่งนี่เอง (หัวเราะ)
จบพิธีการ ไฟอีกฝั่งของฮอลล์ก็จะเปิดขึ้น เป็นบูธ DJ ที่มาพร้อมเพลงมันส์ๆ แขกผู้ใหญ่เริ่มทยอยกลับ เราก็ปิดห้องเคลียร์โต๊ะ ให้เป็นแบบยืนดริ้งค์ After-party กันต่อ ในมุมของบ่าวสาวเรารู้สึกเอนจอยกับงานทั้งหมดมาก ทั้งที่ไม่ได้จ้างแพลนเนอร์ เป็นงานกันเอง ที่ทุกคนที่มาช่วยเป็นเพื่อนสนิทกัน มาลงแรง ทำงานกันด้วยใจ ด้วยความรู้สึกอบอุ่นจริงๆ ที่สำคัญคือต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ยอมให้งานออกมาเป็นแบบนี้ ซึ่งสุดท้ายฟีดแบคกลายเป็นว่าแขกพ่อแม่นี่แหละที่แฮปปี้ที่สุด เพราะสนุก แปลกใหม่ ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน แขกวัยรุ่นก็ชมว่าอาหารอร่อย ทุกคนฟินสุด งานออกมาแบบที่อยากได้ ถูกใจบ่าวสาวและแขกทุกคนครับ
แนะนำบ่าวสาว
(เจ้าบ่าว) คนไม่มีเวลา น่าลองใช้เวดดิ้งแพลนเนอร์ : เว้นแต่ว่าเรามั่นใจในฝีมือ ประสบการณ์ของเพื่อนเราจริงๆ ว่าเป็นงาน แบบนี้ก็ไม่น่าห่วง ที่สำคัญคือต้องเผื่อเวลา และเตรียมพลังงานไว้มากๆ เพราะต้องดีลกับทุกเจ้าทุกอย่างเอง เหนื่อยทีเดียว แต่ข้อดีก็คือได้ทุกอย่างอย่างที่อยากได้จริงๆ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของบ่าวสาวแต่ละคู่เลย
(เจ้าบ่าว) งานย้อมไฟ คุยกับช่างภาพให้มาก : เหมือนเป็นเหรียญสองด้านครับ ถ้าจัดไฟสะดวกช่างภาพ บรรยากาศก็จะฟินไม่สุด แต่ถ้าจัดงานฟินสุด ภาพที่ได้อาจจะอมม่วงอมฟ้าในหน้าคนมากไปหน่อย โชคดีคือช่างภาพของเราแก้ให้ได้ เสกได้คือจบ ต้องยกเครดิตให้เลย ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟ็กต์
(เจ้าสาว) จัดโต๊ะจีน ให้แบ่งแขกเป็นกลุ่ม : คอนเฟิร์มให้ได้มากที่สุดว่าใครมาไม่มา อย่าลืมถามจำนวนผู้ติดตาม และเผื่อโต๊ะไว้หน่อยดีกว่าขาด ลองตั้งชื่อโต๊ะแล้วแจ้งชื่อโต๊ะให้แขกทราบก่อน หน้างานปริ้นท์ผังไว้ให้เพื่อนที่คอยรับแขก ทุกอย่างจะราบรื่นเลยค่ะ
(เจ้าสาว) งานที่ใช้แสงสีเสียง คอมพิวเตอร์ ให้คุยกับสถานที่เรื่องเซ็ตอัพดีๆ : เพราะว่าต้องใช้เวลาเซ็ต และทดสอบกันล่วงหน้าเป็นวัน ปัญหาทางเทคนิคมีแน่นอน ตกลงกันเลยว่าเขาให้เราเข้าเซ็ตล่วงหน้าได้นานแค่ไหน มีรับงานอื่นตอนเช้าหรือก่อนวันงานเรารึเปล่าค่ะ