

Buddy Oriental Riversideสถานที่แต่งงานแนวการ์เด้นสวยสบาย สไตล์คนกันเอง
ส่วนตัวต้าเคยไปทานข้าวที่โรงแรม Buddy Oriental Riverside (บัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์) มาก่อนค่ะ เลยคิดว่าถ้าแต่งงานเราอยากใช้สถานที่จัดงานแต่งงานที่นี่ ตอนไปติดต่อเขาก็เพิ่งเปิดโซนการ์เด้นได้ไม่นาน บริเวณสวนมีพื้นที่กว้าง เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าสวยที่ไม่มีอะไรมาบัง พอมาแม็ตช์กับเราที่อยากจัดงานสวนอยู่แล้ว ทุกอย่างเลยตอบโจทย์เข้าทาง





ต้าอยากจัดงานให้ดูอบอุ่น และไม่เป็นทางการ เหมือนชวนแขกมาผ่อนคลาย สนุกสนาน ธีมสีเราเลือกสีเขียวให้เข้ากับบรรยากาศ ขวามือเป็นจุดลงทะเบียน ข้างกันเป็นโฟโต้บูธ


ความพิเศษอย่างนึงของงานนี้คือ การ์ดแต่งงานที่ด้านล่างสามารถเขียนคำอวยพรและฉีกออกมาใส่โถได้ โดยจะจับเป็นลัคกี้ดรอว์ในช่วงพิธีการ แขกเขียนอวยพรเสร็จก็ไปถ่ายรูปสามช็อตกันได้ชิลล์ๆ
สำหรับของชำร่วยเราเลือกเป็นถ้วยตราไก่หลายๆ ทรง เพราะเป็นซิกเนเจอร์ของจังหวัด กะเอาให้แขกที่มาปุ๊บรู้ปั๊บว่าเราเป็นคนลำปางชัวร์ๆ ค่ะ (หัวเราะ)






อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
ตรงมุมแกลอรี่ เราครีเอทให้มีกระโจมเข้าไปนั่งถ่ายภาพได้ รอบๆ ประดับด้วยภาพพรีเวดดิ้งที่เราไปถ่ายกันที่เกาหลี ซึ่งส่วนนี้ได้อารมณ์สบายๆ ใช้ชุดสไตล์ Casual มีกิมมิคเก๋ๆ เช่น ใส่ชุดนักเรียนเกาหลีสมัยก่อนไปถ่าย พอเอามาใช้ด้วยกันก็ดูได้ฟีล Slow Life ดีค่ะ
ส่วนแบ็คดรอปทีมตกแต่งทำให้เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน มีเวิร์ดดิ้งตรงกลาง วางของกระจุกกระจิก มีกรอบรูป มีหนังสือ เหมือนเป็นบ้านคนจริงๆ เลย



ไม่ต้องเหมือนใคร ให้เวทีอยู่ตรงกลาง
เวทีของเราทำเป็นสเปซที่มีโลโก้ห้อยลงมาเด่นๆ เน้นทรงจั่วให้ได้อารมณ์ของโครงบ้าน ที่สำคัญคือมีเก้าอี้ให้นั่ง เพราะงานนี้บ่าวสาวเราจะนั่งคุยค่ะ





ก่อนเริ่มพิธีการ ช่วง 5 โมงถึง 5 โมงครึ่ง พิธีกรคู่แรกของเราจะเชิญแขกให้มาดูมายากล เป็นแบบกึ่งตลก แต่งหน้าขาวใส่หัวฟูๆ มีเรียกแขกขึ้นไปเล่นด้วยบนเวที ทำให้ทุกคนไม่เบื่อและได้มีส่วนร่วม และเนื่องจากงานนี้เราไม่อยากได้ฟีลเหมือนใคร อารมณ์ว่าถ้าคุณไม่มางานเราคุณพลาดจริงๆ เราเลยเตรียมพิธีกรไว้ทั้งหมด 3 คู่ 6 คนเลย (หัวเราะ)
ถัดจากนั้นด้วยความที่เจ้าบ่าวของเราเป็นตำรวจ เลยมีเต้นตำรวจบีบอยกันด้วย มีเปิดมิวสิควิดีโอที่เราไปถ่ายกันที่เกาหลี จบแล้วเป็นพิธีกรคู่ที่สอง เชิญบ่าวสาวออกมา แล้วเปิดเพลงรักเธอผู้เดียว เจ้าบ่าวร้องคลอมา เชิญประธานขึ้นมาพูด แล้วจับลัคกี้ดรอว์รางวัลนึงเป็นล็อตเตอรี่ แต่งานนี้ไม่มีไชโย เป็นแค่ปรบมือธรรมดาแทนค่ะ


พิธีการแนวใหม่ ปรับใช้ให้เข้ากับตัวเอง
สำหรับพิธีกรคู่สุดท้ายจะรับหน้าที่ขึ้นมาสัมภาษณ์บ่าวสาว คุยไปจิบน้ำไป เหมือนอยู่บ้านจริงๆ คำถามก็ไม่ซีเรียส แล้วก็มีจับรางวัลอีกครั้งเป็นบัตร Starbucks ส่วนช่วงตัดเค้กเราเปลี่ยนเป็นรดน้ำต้นไม้ แล้วจากที่ต้องแจกเค้ก เราก็ใช้ขนมหม้อแกงซึ่งมาจากไอเดียเจ้าบ่าวค่ะ เพราะเขาชอบอ่านหนังสือ รีวิวแนะนำของอร่อยทั่วกรุงต่างๆ เราเลยไปเลือกเจ้าอร่อยมาเลยล่ะ

ตบท้ายด้วยการโยนตุ๊กตาบราวน์โคนี่ที่อิมพอร์ตมาจากเกาหลี (ตอนไปถ่ายพรีเวดดิ้ง) จากที่ปกติเจ้าสาวจะได้โยนอยู่ฝ่ายเดียว งานนี้บ่าวสาวเลยได้โยนกันคนละตัว
ปิดพิธีการด้วยโชว์ตำรวจบีบอยอีกครั้ง แล้วจับของรางวัล แต่คราวนี้พิเศษหน่อยเพราะเจ้าสาวเป็นคนนครปฐม รางวัลเลยเป็นส้มโอ ส่วนเจ้าบ่าวเป็นคนลำปาง รางวัลเลยเป็นแหนม ซึ่งเราไม่ได้ไปซื้อจากตามซุเปอร์มาร์เก็ตด้วยนะคะ แต่ไปซื้อที่แหล่งออริจินัลกันเลย เรียกว่างานเย็นเราซื้อเช้า ทุ่มเทมากเลย (หัวเราะ)

การจัดงานครั้งนี้มันกลับไปตอบสิ่งที่เราตั้งคีย์เวิร์ดไว้แต่แรกคือคำว่า ‘อบอุ่น’ ทุกอย่างกันเอง และเป็นไปตามที่เราคาดหวัง เหมือนเราเชิญแขกมาในบ้านของเราจริงๆ ฟีดแบคกลับมาดี ทุกคนชอบ โดยเฉพาะการตกแต่งที่ทุกคนพูดถึงมาก ทั้งดูสวย สบาย การจัดวางอาหารของโรงแรมก็เข้ากับธีมงาน ดูสมูธเข้ากันไปหมดเลย
แนะนำบ่าวสาว
การรันคิวสำคัญมาก : สิ่งแรกที่ต้องคิดเลยคือทุกช่วง ทุกขั้นตอนมันสำคัญต่องานหมด ถ้ารันไม่ดีหรือไม่สมูธมันจะมีช่วงปล่อยว่าง ให้ใช้ออแกไนซ์หรือคนที่ไว้ใจได้ เพราะอย่าลืมว่าวันงานเราไม่ว่างมารันเอง ยังไงก็ต้องมีคนซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังค่ะ
ชอบแบบไหน จัดงานแบบนั้น : เราจะได้แฮปปี้ไปด้วย เพราะมันเป็นตัวเราเองจริงๆ ทำในสิ่งที่อยากทำ งานจะได้ออกมาในแบบที่เราต้องการค่ะ