
Photo : Sofitel Bangkok Sukhumvit
1. สำคัญสุดในการเลือกสถานที่แต่งงาน คือต้องรู้จำนวนแขก
ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่บ่าวสาวห้ามพลาด ก่อนจองโรงแรมต้องลองประมาณจำนวนแขกเพื่อให้ทราบจำนวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้างานแต่งงานของคุณจะจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน บางครอบครัวคิดว่านับใกล้ๆ ก็ได้ แต่ความประมาทนี้ทำให้บ่าวสาวปวดหัวมานักต่อนัก เพราะจำนวนแขกมักจะบานปลาย จนเป็นปัญหาที่ต้องคิดแก้ไขเมื่อใกล้ถึงวันงานค่ะ
2. การเดินทางไปโรงเเรมต้องสะดวก
เพื่อความสะดวกแก่แขกคนสำคัญของคุณ ลองเช็คดูว่าแขกผู้ใหญ่ของเรา ส่วนมากพักอยู่แถวไหนเพื่อจะได้เลือกสถานที่แต่งงานที่เหมาะสม ถ้าจัดงานวันธรรมดา การเลือกโรงแรมตามแนวรถไฟฟ้าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีเลยค่ะ และอีกหนึ่งเทรนด์ใหม่ตอนนี้คือ การเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานแถวนอกเมือง เช่น นครปฐม นนทบุรี หลายคนอาจจะคิดว่าแขกเดินทางลำบาก แต่เท่าที่สอบถามมาหลายคนบอกว่าเดินทางสะดวกกว่ามาก เพราะขับไม่ถึง 1 ชม. แบบสบายๆ แขกรู้สึกแฮปปี้มีความสุขในการเดินทางไปงานแต่งงาน ดีกว่าต้องมานั่งแช่รถติดบนเส้นถนนกลางเมือง
3. วางงบประมาณก่อนเลือกโรงเเรม
เรื่องหลักๆ ที่ต้องทราบคือค่าอาหารต่อหัว ถ้าจัดเป็นค็อกเทลอย่าลืมเผื่อค่าซุ้มอาหารที่ต้องสั่งเพิ่มเติม รวมไปถึงค่าแรงในการขนย้าย เช่น ค่านำเข้าดอกไม้ ซุ้มอาหาร ค่าเปิดขวด หรือค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่เพิ่มเติม และถ้ามี After party ด้วยก็อย่าลืมบวกเข้าไปด้วย ค่านำเข้าเล็กๆ ในแต่ละส่วนงาน พอรวมๆ กันเข้าบางทีก็แตะ 6 หลักเลยก็มีนะคะ
4. บรรยากาศของโรงแรม
ส่วนนี้คือรสนิยมของบ่าวสาวที่ต้องมาคุยกันก่อน แต่ถ้าเราเลือกบรรยากาศโรงแรมให้เข้ากับ mood & tone และธีมงานแต่งตั้งแต่ต้น ก็จะสามารถประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะมากเลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการบรรยากาศหรูๆ แต่เลือกจัดโรงแรมโมเดิร์น จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการจัดตกแต่งให้ได้ตรงบรรยากาศที่ต้องการอีกก้อนใหญ่
5. คุยกับผู้ใหญ่ก่อนตัดสินใจเลือกโรงแรม
ข้อนี้เป็นเคล็ดลับพิเศษ เพราะช่วยประหยัดเวลาและเอาใจผู้ใหญ่ไปด้วยในตัว โดยให้สอบถามพ่อแม่ของเราเลยว่าต้องการเน้นเรื่องอะไร อะไรคือสิ่งที่ท่านคิดไว้ในใจว่าต้องมีในงานแต่งงาน จากนั้นให้เลือกและดูสถานที่แต่งงานกันเองก่อน แล้วคัดให้เลือกแค่ 1-2 ที่ แล้วค่อยชวนคุณพ่อคุณแม่ไปดูและช่วยตัดสินใจ จะช่วยประหยัดเวลาและทำให้เราได้โรงแรมที่ต้องการด้วยค่ะ