

| ธีม/โทนสี | Earth tone: ขาว น้ำตาล เขียวเข้ม เขียวมะฮอกกานี |
| จำนวนแขก | ประมาณ 200 คน |
| รูปแบบพิธี | หมั้นเช้าแบบกระชับ + งานเลี้ยงฉลองบ่าย (บุฟเฟต์) |
| ไฮไลต์ | Bearbrick 1,000% หน้างาน, โยนช่อดอกไม้ 2 ช่อ, เกม Kahoot ชิงรางวัล |
โอ๊ตกับแบงก์ (เจ้าบ่าว) เลือกจัดงานแต่งงานที่โรงแรม เพราะคิดว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด และสามารถรองรับแขกประมาณ 200 คนได้เพียงพอ หลังจากไปดูโรงแรมมา 4-5 ที่ เราก็ตัดสินใจเลือก JW Marriott Hotel Bangkok (เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ) ได้ทันทีเลยค่ะ เพราะ Mood&Tone ของที่นี่สวยมาก ตรงกับภาพงานแต่งงานในฝันของเรา เดินทางง่ายและมีที่จอดรถเยอะ สะดวกสบายกับแขกผู้ใหญ่ แถมอาหารก็รสชาติดีด้วยค่ะ
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือ เราคลิกกับเวดดิ้งเซลล์มาก เขาเข้าใจสไตล์ความชอบของบ่าวสาวได้ดี สามารถแชร์ไอเดียให้เราที่ไม่มีแพลนเนอร์ได้ ไม่ยัดเยียดกดดัน และพยายามซัพพอร์ตความต้องการของเราอย่างเต็มที่ ทำให้รู้สึกสบายใจที่จะจัดงานแต่งที่นี่ค่ะ



เราตั้งใจจะจัดงานหมั้นที่ไม่ลำบากทั้งตัวเราและแขก จึงตัดบางพิธีและดีเทลออกไป เช่น ไม่มีพิธีสงฆ์ที่แขกผู้ใหญ่จะต้องตื่นเช้า แต่เลือกไปทำบุญกันก่อนวันงานเพื่อความเป็นสิริมงคลแทน ซึ่งโชคดีมากที่คุณพ่อแม่ท่านเข้าใจค่ะ
โอ๊ตพยายามแพลนพิธีให้กระชับและเข้ากับคู่เรามากที่สุด เลยไม่มีการแห่ขันหมากเพราะแบงก์ขี้อาย และไม่มีช่วงรับตัวเจ้าสาว แต่บ่าวสาวจะเดินเปิดตัวเข้ามาพร้อมกันเลย จากนั้นพิธีจะมีแค่สวมแหวน และรับไหว้ผู้ใหญ่ค่ะ ส่วนพิธีรดน้ำสังข์ก็ตัดออกเช่นกัน เพราะแขกอาจใช้เวลาพูดคุยกับบ่าวสาวนานเกินไป และเชื่อว่าเราได้รับพรจากความยินดีของทุกคนที่ตั้งใจมาร่วมงานอยู่แล้วค่ะ




งานเลี้ยงฉลองโอ๊ตมีภาพในหัวตั้งแต่แรก พอมารวมกับ Mood&Tone ของโรงแรมที่เป็นสีน้ำตาลเข้ม สีไม้โอ๊ค เราเลยเลือกใช้สีเบสิกอย่างขาว น้ำตาล เขียวเข้ม เขียวมะฮอกกานีที่ชอบ และเลือกตกแต่งสไตล์เรียบ ๆ ประดับดอกไม้โทนเดียวกันเพียงบางจุดค่ะ
ส่วนแกลเลอรี่ของที่นี่ จะมีตู้ไม้โอ๊คสีน้ำตาลที่สามารถใส่รูปภาพตั้งโชว์ได้ ดูสวยและเข้ากับมู้ดของโรงแรมมากกว่าใช้ขาตั้งทั่วไป แค่ตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้หน่อยก็ลงตัวแล้วค่ะ



งานเรามีกิมมิกเป็นโมเดล Bearbrick ที่แขกชอบมาก แบงก์เขาเคยพูดไว้ว่า ถ้าวันหนึ่งเราแต่งงานกัน Bearbrick 1,000% คู่นี้จะไปวางอยู่ข้างหน้างานแต่งงานของเรานะ และเราก็ได้นำมันมาวางจริง ๆ โดยมีดอกไม้ตกแต่งเล็กน้อย จนทำให้กลายเป็นอีกจุดถ่ายรูปที่ฮิตมากในงานเลยค่ะ
สำหรับ Dress Code เราเลือกสีให้ชุดแขกดูเบลนด์อินไปกับงาน แต่เวลาถ่ายรูปแล้วต้องไม่จมค่ะ เช่น สีน้ำตาล ชมพู Rose Gold และเขียว Sage ส่วนเพื่อนเจ้าสาวจะใส่เป็นสีเบจค่ะ




ในส่วนของ Backdrop เราก็ไปหาเรฟของงานแต่งต่างประเทศ เพื่อดูการจัดวางให้เข้ากับพื้นที่ของโรงแรมซึ่งค่อนข้างกว้าง โอ๊ตไม่ชอบ Backdrop ที่ยาวหรือสูงเกินไป จนไปเจอเรฟที่จัดดอกไม้กระจายออกด้านข้าง มีโลโก้บ่าวสาวอยู่ด้านบน เวลาบ่าวสาวมายืนก็จะอยู่ตรงกลางพอดี ทำให้ถ่ายรูปง่ายและดูสวย รู้สึกว่าเป็น Compose ที่เพอร์เฟกต์มากค่ะ
ส่วนของชำร่วย เราอยากได้ที่ดูโมเดิร์นและแขกสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่อยากให้เขาเอาไปเก็บ เลยเลือกเป็นแฮนด์ครีมที่เราดีไซน์แพ็กเกจเอง ซึ่งได้รับฟีดแบ็กดีมาก ผู้ใหญ่ชมว่ากลิ่นหอม รู้สึกคิดถูกมากค่ะ



บนเวทีในห้องบอลรูมมีจอ LED ซึ่งช่วยลดทอนการตกแต่งได้เยอะมาก ๆ ในแพ็กเกจจะมีพุ่มดอกไม้สีขาวน่ารัก ๆ มาให้ เราเลยไปหาภาพกราฟิกบนจอที่ซิงก์กัน ได้มาเป็นภาพแนวสวน เพื่อให้ไม่ดูหวานเลี่ยนจนเกินไปค่ะ



งานของเราใช้พิธีกรเป็นเพื่อน เลยทำให้บรรยากาศงานสนุกสนานเป็นกันเองขึ้น พิธีจะเริ่มด้วยการเชิญประธานงานแต่งขึ้นมากล่าวอวยพร บ่าวสาวตัดเค้กแต่งงาน แล้วนำไปมอบให้ผู้ใหญ่ค่ะ เรามีพวงมาลัยแบบที่อยากได้ พอยื่นเรฟให้ทางโรงแรมก็จัดเตรียมให้พร้อม คุณพ่อคุณแม่ชอบมากค่ะ





จากนั้นจะมีแขกคนสำคัญของบ่าวสาวฝั่งละ 2-3 คน ขึ้นมากล่าวสปีชอวยพร เป็นโมเมนต์ที่เรารู้สึกอบอุ่นใจมากค่ะ ต่อด้วยการโยนช่อดอกไม้ที่แตกออกเป็นสองช่อ หลังจากโยนช่อแรกไปแล้ว แขกก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีอีกช่อหนึ่ง ทำให้เขาเซอร์ไพรส์กันมากค่ะ
เราเพิ่มความตื่นเต้นปิดท้ายให้งาน ด้วยการเล่นเกม Kahoot และมอบของรางวัลให้ผู้ชนะที่ 1-2 เป็น Bearbrick 400% และลำดับถัดไปเป็นชุดเซ็ตเครื่องหอมค่ะ โดยพิธีฉลองบ่ายนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้แขกเดินทางกลับบ้านไม่ลำบาก เพราะยังไม่ค่ำมืดจนรถติดด้วยค่ะ



เจ้าบ่าวค่อนข้างจริงจังเรื่องอาหาร เพราะมองว่าอาหารเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แขกแฮปปี้ เราจึงเลือกจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟต์ โดยมีเมนูพาสต้า มัสมั่นเนื้อ และปลากะพงสามรส ที่แขกชื่นชอบกันเป็นพิเศษค่ะ


"ขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน เรามองว่าเขาเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต และเขาก็ยินดีที่จะมาร่วมอวยพร แม้บางท่านอาจเดินทางลำบาก
ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ของแบงก์ที่เอ็นดูโอ๊ตมาตลอด ขอบคุณเจ้าบ่าวที่คอยเป็นเพื่อนคู่คิด เป็นที่ปรึกษาให้เราเสมอ และขอบคุณครอบครัวที่ดูแลเราอย่างดี จนเติบโตมาเป็นเราในทุกวันนี้
ที่สำคัญขอบคุณคุณกรและคุณจ๊ะโอ๋ เซลล์ของโรงแรม ที่เข้าใจความต้องการของเรา ไม่หงุดหงิดหรือพูดจาไม่ดีใส่ ตอนเราถามเยอะหรือรีเควสต์อะไรไป รู้สึกว่าเขาพยายามที่จะซัพพอร์ตเรามาก ๆ เลยเป็นสิ่งที่ประทับใจเรามากที่สุดค่ะ"



Photographer : Pangpond Home Studio
