
CheersCouple ทีมแพลนเนอร์ที่ช่วยให้การเตรียมงานข้ามประเทศเป็นเรื่องง่าย
ผมกับอัลวินเป็นคนฮ่องกงครับ แต่อยากจัดงานแต่งในประเทศไทย ที่เป็นจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมของคนฮ่องกงอยู่แล้ว โดยเฉพาะกรุงเทพที่ทั้งสะดวกสบายและอาหารก็อร่อยมาก เราคิดว่าแขกที่มางาน นอกจากจะมาร่วมยินดีแล้วก็ยังสามารถเที่ยวต่อได้ด้วยครับ
ทีนี้พอเราทั้งคู่อาศัยอยู่ที่ฮ่องกง จึงต้องหาคนช่วยประสานงานฝั่งไทย เลยมองหาเวดดิ้งแพลนเนอร์ แล้วก็ได้เจอ CheersCouple ที่เรารู้สึกว่าน่าเชื่อถือและเป็นกันเองมาก ๆ คุณบีตอบเร็ว ทำให้การคุยงานราบรื่น แม้ว่าเราจะอยู่กันคนละประเทศ จึงตัดสินใจเลือกให้คุณบีมาดูแลงานแต่งของเราครับ



การเตรียมงานแต่งของเราเป็นออนไลน์ทั้งหมด เราได้สร้างกลุ่ม WhatsApp สำหรับคุยงาน และคุณบีจะเป็นตัวกลางประสานทุกฝ่ายที่ไทยให้ ซึ่งตลอดเวลาที่เตรียมงาน ไม่มีปัญหาเลย ทีม CheersCouple เข้าใจความต้องการของเราอย่างชัดเจน มีการตอบกลับตรงเวลาและเกินความคาดหวังของเราเสมอเลยครับ



ตกแต่งงานโทนขาวเขียว เรียบง่าย มีสไตล์ ดู Timeless
เราต้องการจัดงานเลี้ยงเป็นเหมือนการฉลองมิตรภาพและความรัก อยากได้งานที่ไม่ทางการมาก จึงเลือกแต่งงานที่ Capella Bangkok เพราะตั้งแต่เข้าไปดูสถานที่ เราประทับใจเรื่องการบริการแบบใส่ใจ ทำให้มั่นใจว่าแขกจะได้รับการดูแลอย่างดีตลอดการเข้าพัก โดยเลือกใช้บริเวณสวน และธีมงานโทนสีขาวเขียว ดู timeless ตกแต่งเรียบง่าย แต่มีสไตล์ ไม่อลังการมากเกินไปครับ


เราไม่ต้องการตกแต่งมาก คุณบีจึงเสนอให้ทำโครงดอกไม้ส่วนริมระเบียงแม่น้ำ ที่ใช้ทำพิธีต่าง ๆ ของช่วงงานหมั้นบ่ายและฉลองเย็น เน้นตรงนั้นแค่จุดเดียวเลยครับ ซึ่งได้ดีไซน์สอดแทรกความเป็นไทยเข้าไปด้วยการใช้ดอกไม้ ใบไม้ไทยที่เป็นเอกลักษณ์และความหมายดี อย่าง ดอกรัก หวาย มาร้อยเป็นเส้น เป็นมาลัย โชว์ความละเอียดอ่อนของงานศิลปะไทยด้วย
ส่วนของโต๊ะอาหารที่เราเลือกเป็น Long Table โรงแรมจะเซ็ตอัพแบบ Modern Luxury ทางคุณบีก็ได้จัดโต๊ะอาหารให้เข้าธีมงาน และเพิ่มกิมมิคเล็ก ๆ ด้วยการวางของขวัญไว้ตามที่นั่งแขก เป็นตุ๊กตาช้างผ้าไทยและพัดสานสีสันสดใสที่แขกสามารถใช้ได้เลยถ้ารู้สึกร้อนครับ



พิธีหมั้นบ่ายผสมวัฒนธรรมไทยจีน พร้อมงานฉลองเย็นสุดอบอุ่น
สำหรับพิธีการของเราตั้งใจจัดงานหมั้นบ่ายและเลี้ยงฉลองเย็น แต่ช่วงนั้นมีเลือกตั้งที่กฎหมายห้ามดื่มแอลกอฮอล์หลัง 18.00 น. เราจึงต้องปรับแพลนใหม่ทั้งหมดก่อนวันงานแค่ 15 วัน ซึ่งก็ได้คุณบีช่วยจัดการกำหนดการต่าง ๆ ให้
ช่วงบ่ายเรายังคงทำพิธีรดน้ำสังข์แบบไทยและพิธียกน้ำชาสไตล์จีน แต่จะปรับการเสิร์ฟแอลกอฮอล์ให้ดื่มกันตั้งแต่ช่วงนี้ และมีดีเจมาเปิดเพลงสร้างบรรยากาศไปด้วย นอกจากนี้เรายังเพิ่มกิจกรรม อย่าง Photo Booth ตู้คีบของรางวัล ซุ้มเครื่องดื่มชาไทย ไอศกรีมหลอด เพื่อให้แขกทุกคนสนุกและเพลิดเพลินครับ





หลังเสร็จพิธียกน้ำชา เราก็รีบไปเปลี่ยนชุดสำหรับงานเลี้ยง เพื่อให้ทันช่วงค็อกเทลที่เลื่อนเวลาขึ้นมาเป็น 15.00 น. จะได้ดื่มแอลกอฮอล์จบทัน 18.00 น. ตามกฎหมายกำหนด ซึ่งงานเลี้ยงก็จะเรียบง่าย เน้นการพูดคุย ดื่มฉลอง และเต้นรำกับวงดนตรีสดเท่านั้น โดยจะยาวไปถึงช่วง After Party ตอนกลางคืนเลยครับ ทุกคนสนุกกันมาก





การที่เราได้เห็นทุกคนมีความสุขและสนุกกับทุกช่วงเวลา แม้จะไม่มีแอลกอฮอล์หลัง 18.00 น. เป็นสิ่งที่เรารู้สึกประทับใจและน่าจดจำมากครับ แล้วที่ต้องพูดถึงเลยคือทีม CheersCouple เราอยู่ฮ่องกงแพลนเนอร์จึงมีบทบาทที่สำคัญในทุกด้าน
ตั้งแต่การประสานกับโรงแรม ดูแลเรื่องชุดแต่งงาน ช่วยวางลำดับงาน ตกแต่งสถานที่ ไปจนถึงจัดของขวัญเซอร์ไพรส์แขกในห้องพัก เตรียมรถรับส่งสนามบิน แม้กระทั่งช่วยจัดทัวร์ท่องเที่ยวให้กับครอบครัว ทุกอย่างถูกจัดการอย่างสมบูรณ์แบบมากจริง ๆ ครับ







แนะนำบ่าวสาว
เลือก Wedding Planner ที่ไว้วางใจได้จริงๆ : โดยเฉพาะถ้าจัดงานแบบ Long Distance อย่างเรา Planner ที่ดีคือทุกอย่างครับ ไม่ใช่แค่ประสานงาน แต่คือคนที่แก้ปัญหาให้ได้เมื่อเจอเรื่องไม่คาดคิด
เตรียมแผนสำรองไว้เสมอ : โดยเฉพาะเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ เช่น กฎหมาย สภาพอากาศ ถ้ามี Planner ที่เก่ง เขาจะช่วยปรับแผนให้โดยที่แขกไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเลย
ใส่ความเป็นท้องถิ่นเข้าไปในงาน : แขกต่างชาติจะรู้สึกพิเศษมากกับสิ่งที่เห็นแล้ว "ไทยจริง ๆ" ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ พิธี หรืออาหารครับ
ลงทุนกับช่างภาพและวิดีโอ : มันคือสิ่งเดียวที่เก็บความทรงจำวันนั้นไว้ให้ได้ถาวรครับ อย่าประหยัดตรงนี้
Photographer : Supanit Photography