






The St. Regis Bangkok สถานที่แต่งงานวิวสวยแสงดี โลเคชันติดรถไฟฟ้า พร้อมเซอร์วิสตอบโจทย์บ่าวสาวในทุกมิติ
จริง ๆ โจทย์ของเรา (คุณบิลและคุณเจน) ง่ายมากเลยครับ ถ้าให้สรุปเป็นคำเดียวเลยก็คือ อยากได้งานแต่งที่ ‘สบาย’ ในทุกมิติ ทั้งเซอร์วิสครบวงจร อาหารรสชาติดีมีมาตรฐาน ทำให้บ่าวสาวไม่ต้องวุ่นวายและสบายใจได้ รวมถึงต้องสบายกับแขก ด้วยโลเคชันใจกลางเมือง เดินทางสะดวก มีทางเชื่อมติดรถไฟฟ้า แต่ไม่ได้อยู่ในโซนที่รถติดจนเกินไป บรรยากาศดี ขนาดห้องที่ไม่ทำให้แขกรู้สึกอึดอัด ซึ่ง The St. Regis Bangkok (เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ) ก็ตอบโจทย์เราในทุกมิติเลยครับ


สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ตัดสินใจได้ทันที ก็คือวิวกับแสงธรรมชาติครับ ห้อง Ballroom ของที่นี่มีกระจกรับแสงได้เยอะมาก มองเห็นวิวสวย ๆ ของสนามม้าด้านนอก แถมทางโรงแรมยังให้เราใช้พื้นที่รอบ ๆ ได้ทั้งชั้น จึงทำให้มั่นใจว่าแขกผู้ใหญ่จะสะดวกสบาย มีพื้นที่สำหรับนั่งคุยหรือรอระหว่างพิธีด้วยครับ



พิธีหมั้นจีนสุด cozy แบบครอบครัว กระชับแต่ครบถ้วนจนแขกชม
งานหมั้นของเราเลือกจัดเป็นพิธีจีนอย่างเดียว เพื่อให้กระชับและไม่เหนื่อย เริ่มจากแห่ขันหมากตอน 9 โมงเช้าตามฤกษ์ ผ่านประตูเงินประตูทอง เพื่อไปรับตัวเจ้าสาวเข้าสู่พิธีสวมแหวน ทานขนมอี๋ และยกน้ำชา
จากนั้นประมาณ 10 โมงครึ่งจะขึ้นไปส่งตัวที่ห้องพักของโรงแรม ซึ่งทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยตามธรรมเนียม พิธีช่วงเช้าของเราใช้เวลาไม่นาน จนหลายคนบอกว่า ชอบในความกระชับแต่ครบถ้วนครับ



เราชอบงานหมั้นตอนเช้ามาก เพราะให้ความรู้สึก cozy แบบครอบครัวจริง ๆ ตอนแรกกังวลว่างานที่ไม่มีเวทีจะดูจมหรือไม่เวิร์กไหม แต่พอจัดจริงรู้สึกว่าโอเคมาก เหมือนทุกคนได้ล้อมวงยิ้มแย้ม เห็นหน้าเห็นตากันได้ ส่วนเจนก็ชอบช่วงกั้นประตูเป็นพิเศษ เพราะญาติ ๆ เพื่อน ๆ ออกมาร่วมสนุกกันมากกว่าที่คิด พองานไม่ได้มีแผนเป๊ะมาก เลยยิ่งสนุกและเป็นกันเองมากขึ้น



จัดเลี้ยงแบบไม่ซ้ำใคร เพราะแขกได้ทานชาบูแต่เช้า!
เมนูอาหารจัดเลี้ยงของโรงแรมมีให้เลือกเยอะมาก เราเห็นมี Shabu-Shabu อยู่ในลิสต์ด้วย เลยคิดว่าเป็นไอเดียน่ารักและไม่ค่อยซ้ำใคร ถ้าจัดเลี้ยงแขกด้วย Shabu-Shabu ตั้งแต่ตอนเช้า ก่อนพิธีหมั้นจะเริ่มเลยครับ เพราะอยากให้แขกได้ทานอาหารหลากหลาย สามารถเลือกเนื้อสัตว์ ผัก และท็อปปิ้งเองได้ตามใจชอบ มากกว่าเสิร์ฟข้าวต้มแบบทั่วไป
ซึ่งผลตอบรับก็ดีมาก บรรยากาศค่อนข้างสนุก แขก enjoy กับการกินมาก จนบางคนถึงขั้นยังไม่ยอมลงมาถ่ายรูป เพราะกำลังกินกันอยู่เลยครับ เรียกว่าออกมาดีตรงกับสิ่งที่เราตั้งใจไว้ว่า อยากให้ทุกคนอิ่มสบายตั้งแต่เช้า

อีกหนึ่งไฮไลต์คือของหวาน โรงแรมมีให้เลือกเยอะมาก โดยเฉพาะชีสเค้กที่เป็นเหมือนซิกเนเจอร์ของที่นี่ ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าอร่อยจริง เค้กมัทฉะที่พวกเราชอบมาก พุดดิ้งมะม่วง และยังมีเค้กแบบอื่น ๆ อีกหลากหลาย จัดเสิร์ฟทั้งงานหมั้นช่วงเช้า และพิธีตัดเค้กในงานฉลองเลยครับ

เติมความป๊อปด้วยสี Masala แถมภาพสวยเต็มตาด้วยจอ LED ขนาดใหญ่
คอนเซ็ปต์งานเลี้ยงฉลองของเราคือ ความเรียบง่าย อบอุ่น เป็นกันเอง แต่ยังเน้นความสนุกสนาน การตกแต่งส่วนใหญ่จึงใช้สีขาวเป็นหลัก แล้วตัดด้วยสีแดง Masala ให้ดูป๊อปขึ้นมา ไม่น่าเบื่อ เราไม่ชอบการจัดดอกไม้แบบประปราย ทางทีมโรงแรมกับออแกไนซ์ก็ประสานงานกัน จัดดอกไม้ให้แบบเด่น ๆ ชัด ๆ ตรงใจเรามากครับ



นอกจากแสงธรรมชาติและวิวทิวทัศน์ของสนามม้า ที่ทำให้บรรยากาศห้อง Ballroom สวยอบอุ่น ไม่จำเป็นต้องตกแต่งอะไรมากแล้ว การมีจอ LED ขนาดใหญ่เต็มเฟรมก็ช่วยได้มาก ๆ ทั้งช่วยฉายภาพ Background ในแต่ละจังหวะ อย่างช่วงเปิดตัวหรือช่วงสัมภาษณ์ และช่วยเพิ่มแสงสว่างสวย ๆ ให้ห้องดูสวย ไม่อึมครึม ทำให้ภาพออกมาดูแกรนด์และเต็มตามากขึ้นครับ


พิธีฉลองพร้อมเกม Lucky Draw จัดกระชับ แขกกลับไว ไม่เหนื่อย
พิธีฉลองกลางวันของเราเป็นแบบคลาสสิคทั่วไป แต่จัดให้กระชับกำลังดี โดยเริ่มจากถ่ายรูปด้านหน้า บ่าวสาวเปิดตัวเดินเข้าสู่งาน มีผู้ใหญ่และตัวแทนเพื่อนของทั้งสองฝ่ายกล่าวอวยพร ตัดเค้ก ช่วงพูดขอบคุณจากเราสองคน แล้วปิดท้ายด้วยกิจกรรมเล็ก ๆ อย่าง Lucky Draw ครับ



งานเราไม่มีช่วงรับช่อดอกไม้ แต่ใช้เป็นกิจกรรมดึงริบบิ้น Lucky Draw แทน เพราะอยากให้ทุกคนออกมาร่วมสนุกได้ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานะ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้หญิงหรือคนที่ยังไม่แต่งงานเท่านั้น ผู้โชคดีจะได้ของขวัญเล็ก ๆ เป็นเซ็ตผลิตภัณฑ์สปาไปด้วยครับ



ส่วนการจัดเลี้ยงเราเลือกเป็นโต๊ะจีน รู้สึกได้ว่าโต๊ะค่อนข้างใหญ่ ทำให้แขกนั่งสบาย ส่วนอาหารเรามีชิมและปรับรสชาติให้ทานง่าย ไม่จัดจ้านเกินไป เหมาะกับแขกส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งก็ได้รับฟีดแบ็กดีมาก ทั้งเรื่องรสชาติ คุณภาพ และปริมาณของอาหาร ทุกคนบอกว่าอร่อยและอิ่มมาก ซึ่งก็ตรงกับที่เราตั้งใจไว้เลยครับ



หลังจากนั้น เราจะถ่ายรูป พูดคุยกับแขก แล้วจบงานตอนประมาณบ่าย 2 ให้แขกกลับบ้านกันแบบไม่เย็น และไม่ต้องอยู่ยาวจนเหนื่อย เพราะหลายท่านมาตั้งแต่เช้า เรารู้สึกว่าพอทุกอย่างกระชับและเรียบง่าย ไม่ต้องเป๊ะทุกอย่างตามแผน ปล่อย flow ไปตามธรรมชาติ ทำให้กลายเป็นโมเมนต์ดี ๆ งานออกมาอบอุ่น จนเราสองคนรู้สึกสบายใจ ไม่มีอะไรอยากกลับไปแก้ไขเลยครับ

ประทับใจเซอร์วิส ใส่ใจทุกดีเทล เหมือนอยู่ใน ‘ตะเกียงแก้ว’
สิ่งที่เราประทับใจมากคือ เรื่องเซอร์วิสของทางโรงแรม ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปดูสถานที่ วางแผน นัดคุยกับออแกไนซ์ จนถึงวันงานจริง ก็มีทีมของโรงแรมคอยช่วยดูแลทุกอย่าง เราแทบไม่ต้องทำอะไรเองเลย แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถขอความช่วยเหลือได้ทั้งหมด จนเจนบอกว่ารู้สึกเหมือนอยู่เราใน ‘ตะเกียงแก้ว’ เลยครับ
การจัดงานแต่งที่ The St. Regis Bangkok ทำให้ภาพที่เคยคิดว่าจะต้องวุ่นวาย กลายเป็นประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับเราและแขกทุกคน รู้สึกเลยว่าเขาใส่ใจจริง ๆ คอยเตรียมทั้งอาหาร น้ำ และการดูแลต่าง ๆ ไว้ให้ครบ ทั้งหมดนี้เลยทำให้งานออกมาอบอุ่น สบาย เหมือนที่เราตั้งใจไว้ครับ


แนะนำบ่าวสาว
คุยกันให้ชัดว่าอยากได้งานแบบไหน : เพราะแต่ละคู่มีความคาดหวังไม่เหมือนกัน บางคู่เน้นเรียบง่าย มินิมอล บางคู่อาจชอบดีเทลเยอะ ๆ ถ้ารู้ความต้องการแล้ว ค่อยเลือกสถานที่และทีมงานที่เหมาะสมกับโจทย์ของเรา
อะไรจะเกิดขึ้นให้ยิ้มไว้ก่อน : พอถึงวันงานจริง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘The show must go on’ อย่ากังวลหรือคิดเยอะเกินไป และให้ยิ้มแบบสบายใจจริง ๆ เพราะถ้าเรายังเครียดอยู่ แขกจะดูออกและสัมผัสได้ ถึงแม้เราจะยิ้มอยู่ก็ตาม
Enjoy moment ให้มากที่สุด : แม้บางอย่างจะไม่เป็นไปตามแผนก็ไม่เป็นไร เพราะจริง ๆ แล้วแขกไม่ได้โฟกัสรายละเอียดขนาดนั้น เขาแค่มาเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับบ่าวสาว แค่เห็นเรามีความสุข เขาก็มีความสุขแล้ว
Photographer : Resstory Photography






